AI ดันหนี้โลกทุบสถิติ 'ไฮเปอร์สเกล' แห่ออกบอนด์สร้างดาต้าเซ็นเตอร์-โครงสร้างพื้นฐาน AI ดันต้นทุนกู้ยืมพุ่ง 6.61 ล้านล้านดอลลาร์
KEY POINTS
- ยอดการออกตราสารหนี้ทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.61 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนด้าน AI
- บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ หรือ 'ไฮเปอร์สเกล' กลายเป็นผู้กู้ยืมหลักเพื่อระดมทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI
- Amazon กลายเป็นผู้ออกตราสารหนี้รายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากเยอรมนี, สหภาพยุโรป และอิตาลี และเป็นบริษัทเอกชนที่กู้ยืมเงินมากที่สุด
บลูมเบิร์กรายงานว่า ยอดการออกตราสารหนี้ทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการกู้ยืมอย่างดุเดือดของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทำให้ในปี 2026 เหล่าสถาบันการเงิน บริษัทเอกชน และภาครัฐทั่วโลกระดมทุนรวมกันทั้งประเภท Investment-grade และประเภท Junk bond ได้ถึง 6.61 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และแซงหน้าสถิติของปี 2025
รายงานระบุว่า เฉพาะกลุ่มบริษัทคลาวด์คอมพิวติ้งและผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ขายตราสารหนี้รวมกันเกือบ 3.68 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึงกว่า 6 เท่า
กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของยอดการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดในปีนี้ แซงหน้าภาคส่วนที่ไม่ใช่การเงินอื่นๆ และสร้างหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าภาครัฐถึง 2 เท่า เรื่องนี้ตอกย้ำให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของ “ตลาดหนี้โลก” ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น และภาครัฐที่ต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อชดเชยการขาดดุลการคลัง
‘ไฮเปอร์สเกล’ แห่ระดมทุน
ในยุค AI บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐหรือ “ไฮเปอร์สเกล” กลายเป็นลูกหนี้ หรือผู้กู้ยืมหลัก โดยบริษัทอเมซอน (Amazon ) ขึ้นรั้งอันดับ 4 ของผู้ออกตราสารหนี้รายใหญ่ที่สุดในโลกในปีนี้ เป็นรองเพียงเยอรมนี สหภาพยุโรป และอิตาลี และอยู่อำดับเหนือกว่าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ Amazon ยังเป็นบริษัทเอกชนที่กู้ยืมเงินมากที่สุด ตามมาด้วยอัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล
ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา บริษัทเทคโนโลยีครองตำแหน่ง 1 ใน 10 ผู้ออกตราสารหนี้ภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดถึง 5 บริษัท สวนทางกับสถาบันการเงินที่ปกติมักครองตลาดการกู้ยืม แต่กลับมีสัดส่วนยอดการออกพันธบัตรลดลงต่ำที่สุดในรอบกว่า 1 ทศวรรษ
เงินลงทุน AI ทุบสถิติ
John Servidea จาก JPMorgan Chase & Co. เผยว่า ในเวลาเพียงปีเดียว ตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เกิดการจัดลำดับความสำคัญใหม่ทั้งหมดรอบธีมหลักอย่าง AI
ด้าน Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่ากลุ่มบริษัท Hyperscalers และบริษัท Neocloud จะใช้เงินลงทุนสูงถึงเกือบ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในช่วง 3 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม กระแสการกู้ยืมนี้ก็เผชิญอุปสรรคเช่นกัน นักลงทุนเริ่มชะลอและเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องการใช้จ่ายที่มากเกินไปและกรอบระยะเวลาในการทำกำไรของเหล่าไฮเปอร์สเกล
ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลในสหรัฐต้องเสนอผลตอบแทนสูงถึง 7.2% สำหรับพันธบัตร Investment-grade และสูงถึง 10% สำหรับพันธบัตรขยะ
ตัวอย่างเช่น CoreWeave Inc. บริษัทผู้ให้บริการประมวลผลสำหรับ Meta ประสบปัญหาพันธบัตรถูกเทขายอย่างหนักเมื่อต้นเดือนนี้จากภาระหนี้ที่พอกพูน ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านเครดิตพุ่งสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทชั้นนำอย่าง Meta Platforms Inc. และ Oracle Corp. ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม Neil Sun ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก RBC Global Asset Management Inc. มองว่าพื้นฐานของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และคาดว่าการลงทุนด้าน AI จะดำเนินต่อไปในปี 2027 แม้สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยจะสูงก็ตาม
ด้าน Morgan Stanley คาดการณ์ว่าเดือนพ.ย.ที่จะถึงนี้ จะเป็นเดือนที่มีการออกหุ้นกู้หนาแน่นมากที่สุดเดือนหนึ่งของปี โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่ต้องทำ M&A หรือใช้จ่ายด้านทุน และไม่สามารถรอได้ ตามความเห็นของ
อ้างอิง Bloomberg





