วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชิป AI ขายหมดเกลี้ยงถึงปี 2027 'ซัมซุง' ทุ่มงบลงทุนเพิ่มกว่า 60%

ซัมซุงเตรียมเพิ่มงบลงทุนปีนี้กว่า 60% หลังชิปหน่วยความจำขั้นสูงถูกจองหมดเกลี้ยงจนถึงปี 2027 ส่วนผลประกอบการไตรมาสล่าสุดทำกำไรพุ่งเกือบ 9 เท่า แต่กำไรธุรกิจชิปต่ำกว่าคาด ฉุดหุ้นร่วง ความกังวลต่อความคุ้มค่าของการลงทุน AI เริ่มกดดันหุ้นเทคโนโลยี

บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) วางแผนเพิ่มรายจ่ายด้านการลงทุนมากกว่า 60% เป็น 84.4 ล้านล้านวอน (ราว 2.12 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ หลังชิปหน่วยความจำขั้นสูงของบริษัท "ถูกจองจนหมด" ไปจนถึงปี 2027 โดยการเร่งลงทุนยังมีเป้าหมายหวังชิงส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นจากจาก SK Hynix และ Micron Technology

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงถึงราว 6% ในการซื้อขายวันนี้ หลังบริษัทเลื่อนการเปิดเผยแผนจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นไปจนถึงเดือนม.ค. 

ขณะเดียวกัน กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่ม "ธุรกิจชิป" ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ราว 2% แม้กำไรธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุงจะพุ่งขึ้นถึง 15 เท่า สะท้อนภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำอย่างรุนแรงสำหรับเซิร์ฟเวอร์และสมาร์ตโฟน แต่นักลงทุนกลับคาดหวังผลประกอบการที่ดีกว่านี้ หลังจากคู่แข่งอย่าง "SK Hynix" รายงานผลประกอบการที่สูงกว่าคาดอย่างมากเพียงหนึ่งวันก่อนหน้านี้ และประกาศแผนจ่ายผลตอบแทนใหม่ให้ผู้ถือหุ้นรวมมูลค่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์

สำหรับในระยะยาว ซัมซุงซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังพยายามระดมทรัพยากรทางการเงินที่มีอยู่ เพื่อเร่งบี้คู่แข่งในการคว้าสัญญาจัดหาชิประยะยาวที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับชิปประมวลผล AI ของ Nvidia

ซัมซุงมองว่าชิปหน่วยความจำขั้นสูงรุ่นถัดไป ซึ่งจะใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์ม Vera Rubin ของ Nvidia เป็นโอกาสครั้งสำคัญในรอบทศวรรษที่จะช่วยให้บริษัทไล่ตาม SK Hynix ซึ่งเป็นผู้นำในตลาด HBM ได้ทัน

"ในปี 2027 กลุ่มธุรกิจหน่วยความจำคาดว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI จะเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามการขยายตัวของระบบนิเวศ AI โดยความต้องการที่เพิ่มขึ้นจาก AI จะสูงเกินกว่าปริมาณชิปที่อุตสาหกรรมสามารถผลิตได้มากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2026" แถลงการณ์ของซัมซุงระบุ

จอช กิลเบิร์ต หัวหน้านักวิเคราะห์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ eToro กล่าวว่า "ซัมซุงกำลังเพิ่มรายจ่ายลงทุนประมาณ 60% ในปีนี้เช่นกัน ดังนั้นตราบใดที่บริษัทยังไม่ชี้แจงว่าจะจัดสรรกำไรมหาศาลที่ได้รับระหว่างการขยายกำลังผลิตใหม่กับการคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างไร ก็ยังมีคำถามสำคัญว่าสุดท้ายแล้วนักลงทุนจะได้รับเงินกลับคืนมามากน้อยแค่ไหน" และระบุด้วยว่า "เดือนม.ค. จะกลายเป็นช่วงเวลาที่ซัมซุงต้องแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะทำตามความคาดหวังได้"

กำไรดี แต่ยังดีไม่เท่าที่ตลาดคาดหวัง

เมื่อวันพฤหัสบดี ซัมซุงยังรายงานกำไรสุทธิรวมทั้งกลุ่มบริษัทต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ด้วย

ทั้งนี้ ซัมซุงรายงานกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. อยู่ที่ 107.4 ล้านล้านวอน (ราว 2.7 ล้านล้านบาท) ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขประมาณการของบริษัท โดยเพิ่มขึ้นจาก 12.2 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 9 เท่า

ในจำนวนนี้ ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มีกำไรพุ่งขึ้น "15 เท่า" จากปีก่อน แตะ 106.5 ล้านล้านวอน คิดเป็นเกือบทั้งหมดของกำไรรวมทั้งกลุ่มบริษัท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 107.3 ล้านล้านวอน ตามข้อมูลของ LSEG

ผู้บริหารซัมซุงเปิดเผยว่า บริษัทได้ทำข้อตกลงจัดหาชิประยะยาวกับลูกค้ารายสำคัญแล้ว 10 ฉบับ โดยชิป HBM ของบริษัทถูกจองหมดไปจนถึงปี 2027 อย่างไรก็ตาม "เมื่อเทียบกับคู่แข่ง" SK Hynix ระบุว่าชิป HBM ของบริษัทถูกจองหมดไปจนถึงปี 2029 แล้ว

ก่อนหน้านี้ ซัมซุงระบุว่าผลตอบแทนที่บริษัทจะคืนให้ผู้ถือหุ้นในปีนี้จะมีมูลค่ารวมระหว่าง 90-110 ล้านล้านวอน ซึ่งรวมถึงเงินปันผลประจำไตรมาส 3 มูลค่า 30 ล้านล้านวอน

ราคาหุ้นซัมซุงเปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น ก่อนพลิกกลับมาร่วงลงถึง 6.2% ระหว่างการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่หุ้นคู่แข่ง SK Hynix เพิ่มขึ้น 0.7%

แม้ผลประกอบการกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การที่กำไรต่ำกว่าคาดเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับขนาดและความยั่งยืนของกระแสการเติบโตของ AI ทั่วโลก รวมถึงความสามารถของซัมซุงในการรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง

ความต้องการลงทุนในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรม AI อย่างซัมซุงและเอสเค ไฮนิกซ์ เริ่มลดลงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากบริษัทผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ AI เฉพาะทาง หรือที่เรียกว่า Neocloud เช่น CoreWeave เผชิญปัญหาหลายด้าน

แม้ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ระดับโลก หรือ Hyperscaler อย่าง Meta Platforms และ Amazon.com จะทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ตลาดยังมีคำถามว่าการลงทุนเหล่านี้จะเริ่มสร้างผลตอบแทนได้เมื่อใด และจะสร้างผลตอบแทนได้มากเพียงพอที่จะคุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่

ขณะนี้ซัมซุงจำเป็นต้องแสดงความคืบหน้าในการพัฒนาชิปหน่วยความจำขั้นสูง เช่น HBM4 ซึ่งยังเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจาก SK Hynix

ซัมซุงเปิดเผยว่า ยอดขายชิป HBM4 ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจากช่วง 3 เดือนก่อนหน้า และบริษัทวางแผนเริ่มผลิตชิป HBM4e รุ่นถัดไปในปริมาณมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2027

ในทางกลับกัน SK Hynix รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างมากเมื่อวันพุธ โดยผู้ผลิตชิปเกาหลีใต้ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าซัมซุงคาดว่าภาวะขาดแคลนชิปจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2030 ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าความต้องการชิปในระดับสูงจะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี นอกจากนี้ การประกาศแผนซื้อหุ้นคืนและจ่ายเงินปันผลครั้งใหม่ยังสร้างความประทับใจให้แก่นักลงทุนด้วย

ซัมซุงระบุเมื่อเดือนส.ค.ว่า บริษัทวางแผนคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นสูงสุด 110 ล้านล้านวอนในปีนี้ โดยจะนำกระแสเงินสดอิสระประมาณครึ่งหนึ่งมาคืนให้ผู้ถือหุ้น พร้อมวางแผนจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด 30 ล้านล้านวอนสำหรับไตรมาส 3

นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายซื้อหุ้นคืนมูลค่าประมาณ 15 ล้านล้านวอน เพื่อนำไปใช้เป็นค่าตอบแทนให้พนักงาน