Google เผชิญแรงกดดัน หลังรายได้โฆษณาเติบโตช้าที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส แม้ทุ่มลงทุน AI มหาศาล ขณะที่ภาระผูกพันในอนาคตทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ จนหุ้น Alphabet ร่วง 10% สะท้อนความกังวลว่า AI อาจกำลัง ‘กัดกิน’ ธุรกิจทำเงินหลักของ Google เอง
Alphabet บริษัทแม่ของ Google เผชิญแรงกดดันหนัก หลังรายได้ไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะธุรกิจโฆษณาบนระบบค้นหาที่ “เติบโตช้าที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส” สวนทางกับการทุ่มลงทุน AI มหาศาล ขณะที่ภาระผูกพันในอนาคตทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ จุดคำถามว่า Google จะเปลี่ยนเทคโนโลยี AI ให้กลายเป็นเครื่องจักรทำเงินได้เมื่อใด
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า Alphabet บริษัทแม่ของ Google เปิดเผย ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 โดยมีรายได้หลังหักส่วนแบ่งที่จ่ายให้พันธมิตร 111,200 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ขณะที่รายได้โฆษณาจาก Google Search และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว “ครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด” เติบโตช้าที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส ส่งผลให้หุ้น Alphabet “ร่วงลงถึง 10%” ในการซื้อขายนอกเวลาทำการวันพุธ (28 ต.ค.)
ผลประกอบการดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความกังวลว่า Google กำลังถูกคู่แข่งด้าน AI อย่าง OpenAI และ Anthropic แย่งชิงความได้เปรียบในตลาดค้นหาข้อมูล แม้บริษัทจะเร่งลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี AI และศูนย์ข้อมูลอย่างมหาศาลก็ตาม
ปัญหาสำคัญคือ Google ยังไม่สามารถเปลี่ยนความนิยมของ AI ให้กลายเป็นรายได้โฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฟิลิปป์ ชินด์เลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Alphabet ยอมรับว่า AI Mode ซึ่งเป็นฟีเจอร์ค้นหาด้วย AI กำลังส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ เนื่องจากยังสร้างรายได้ต่อการค้นหาได้น้อยกว่ารูปแบบเดิม แม้บริษัทมีแผนเพิ่มโฆษณาในบริการดังกล่าวก็ตาม
ขณะเดียวกัน ต้นทุนการลงทุนด้าน AI กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Alphabet คาดว่า รายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) ปีนี้ อาจสูงถึง 205,000 ล้านดอลลาร์ มากกว่าสองเท่าของปีก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทมีภาระผูกพันในการจัดซื้อทรัพยากรด้านการประมวลผลและพลังงานในอนาคตถึง 924,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงภาระสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูลที่ยังไม่เริ่มต้นอีก 152,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ภาระผูกพันรวมในอนาคตสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมกับเผชิญกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ติดลบติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สอง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่บริษัทเข้าตลาดหุ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Google Cloud กลับเป็นจุดแข็งสำคัญ โดยทำรายได้ 30,700 ล้านดอลลาร์ และกำไร 11,100 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ สะท้อนความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง
แต่ความย้อนแย้งคือ ลูกค้ารายใหญ่ของ Google Cloud กลับรวมถึง Anthropic ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงในตลาด AI ทำให้ Google กำลังสร้างรายได้จากการขายโครงสร้างพื้นฐานให้บริษัทที่เข้ามาท้าทายธุรกิจหลักของตนเอง
โทมัส มอนเตโร นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Investing.com มองว่า Alphabet กำลังเผชิญช่วงเวลาชี้ชะตา หากซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอของบริษัท ไม่สามารถหาวิธีสร้างรายได้จาก AI ได้อย่างคุ้มค่า Google อาจสูญเสียความเป็นผู้นำในธุรกิจหลักหลายด้านในอนาคตอันใกล้
ท้ายที่สุด ความท้าทายของ Google ไม่ใช่แค่การพัฒนา AI ให้เก่งกว่าคู่แข่ง แต่คือการพิสูจน์ว่าเงินลงทุนมหาศาลจะ “สร้างผลตอบแทนได้จริง” ก่อนที่ AI ซึ่งบริษัทหวังใช้รักษาความเป็นผู้นำ จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่อาจกัดกินรายได้จากธุรกิจค้นหาของตัวเอง
อ้างอิง: bloomberg




