สรุปประชุมเฟด 5 เรื่อง จาก 'เควิน วอร์ช' มีมติเอกฉันท์ให้ 'คงอัตราดอกเบี้ย' ที่ระดับ แต่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ตลาด คือการปรับรูปแบบการประชุมในปี 2027 ลดการลงมติเรื่องดอกเบี้ย เพิ่มการประชุมเรื่องยุทธศาสตร์
ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ “เฟด” มีมติ 10 ต่อ 2 เสียง ให้ “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ตามเดิมในการประชุมสัปดาห์นี้ที่ระดับ 3.75% - 4% ท่ามกลางเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและได้แรงหนุนจากเทคโนโลยี AI
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้กลับมีเซอร์ไพรส์ใหญ่หลายจุด ทั้งมติเสียงแตกที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นของผู้ว่าการเฟด และการประกาศปรับเปลี่ยนโครงสร้างการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ที่จะลดโอกาสการปรับดอกเบี้ยลงในอนาคต
นอกจากนี้ “เควิน วอร์ช” ประธานเฟดกล่าวว่า การเติบโตของ GDP ในครึ่งแรกของปีนี้ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 1.8% เป็น 2.4% และไตรมาสที่ 3 ดูเหมือนจะมีการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 3% และการลงทุนทางธุรกิจน่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราเลขสองหลัก
ประเด็นที่ 1 ‘ไม่มีอะไรพลิกโผ’
ตลาดการเงิน คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเฟดจะ "คงอัตราดอกเบี้ย" ไว้ ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น โดยในแถลงการณ์ FOMC เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานที่ต้องใจเย็น
พร้อมระบุว่า "การรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยให้คณะกรรมการสามารถกำหนดจุดยืนนโยบายที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้ทันท่วงที"
ประเด็นที่ 2 เซอร์ไพรส์แรก ‘ปรับรูปแบบการประชุม’
“เควิน วอร์ช” (Kevin Warsh) ประธานเฟดได้เปิดเผยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประชุม FOMC โดยในปี 2027 คณะกรรมการจะยังคงประชุม 8 ครั้งต่อปีเหมือนเดิม แต่จะมีอยู่ 1 ครั้งที่จะไม่มีการลงมติเรื่องอัตราดอกเบี้ยและไม่มีการออกแถลงการณ์หลังการประชุม
นอกจากนี้ การประชุมเชิง "ยุทธศาสตร์" จะเพิ่มเป็น 2 ครั้งในปีถัดไป ซึ่งจะทำให้เหลือโอกาสในการปรับอัตราดอกเบี้ยเพียง 6 ครั้งต่อปี ไม่นับรวมการประชุมฉุกเฉิน
ประเด็นที่ 3 เซอร์ไพรส์ที่ 2 ‘มติเสียงแตก’
แม้ตลาดจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ย และการที่กรรมการบางท่านจะลงมติไม่เห็นด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่การที่หนึ่งในเสียงคัดค้านนั้นมาจากผู้ว่าการเฟด “ลิซา คุก” ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก เนื่องจากบอร์ดบริหารระดับสูงของเฟดแทบจะไม่เคยโหวตสวนมติเลย และเธอก็ไม่เคยโหวตคัดค้านเลยนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2022
นอกจากนี้ เบธ แฮมแม็ค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ก็โหวตคัดค้านเช่นกัน โดยทั้ง 2 ต้องการให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งคาดว่าทั้งคู่จะเผยแพร่แถลงการณ์อธิบายเหตุผลในการโหวตภายในสัปดาห์นี้
ประเด็นที่ 4 ‘ผลกระทบจาก AI’
วอร์ชได้ใช้โอกาสนี้พูดถึงผลกระทบจาก AI มีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยระบุในทำนองว่า AI เป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยที่เข้ามากระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเขามองว่ากำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ประเด็นที่ 5 การจัดระเบียบการประชุมเฟด
การแถลงข่าวหลังการประชุมมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่าง เช่น
- ลดเวลา โดยการประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมามีการย่อเวลาแถลงข่าวลง จากเดิมประมาณ 45 นาทีเหลือเพียงครึ่งชั่วโมง ซึ่งเท่ากับระยะเวลาของการประชุมในวันพุธนี้
- จำกัดคำถาม ทางผู้สื่อข่าวถูกจำกัดให้ถามได้เพียงคำถามเดียวต่อคน ต่างจากอดีตที่ผู้สื่อข่าวสามารถถามแบบ "สองคำถามรวด" ได้
- เปลี่ยนที่นั่ง วอร์ชได้เปลี่ยนวิธีจัดที่นั่งในห้องแถลงข่าว จากเดิมที่มักจะจัดแบบตามอำเภอใจ โดยให้ตัวแทนจากสื่อใหญ่ ๆ นั่งแถวหน้า มาเป็นการเรียงตาม ตัวอักษรในเดือนที่แล้ว และในเดือนนี้ได้สลับมาเรียงตาม ตัวอักษรย้อนหลัง แทน ซึ่งช่วยให้ทีมงานผู้ถือไมโครโฟนต้องคอยตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
อ้างอิง CNBC




