ดาวโจนส์ พุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืน นักลงทุนโยกเงินออกจากหุ้นกลุ่ม AI เพื่อลงทุนในหมวดอื่น ตลาดยังกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก หลังเงินเฟ้อสหรัฐยังสูง
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (15 ต.ค. 69) เนื่องจากความกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีกำลังใช้จ่ายกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากเกินไป ทำให้นักลงทุนลดการลงทุนในกลุ่มดังกล่าวและหันไปหาหุ้นที่มีมูลค่าน่าสนใจในกลุ่มอื่น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
ดัชนีหุ้นบลูชิปเพิ่มขึ้น 556.21 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 52,177.69 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.33% ปิดที่ 7,744.06 จุด ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.08% ที่ 26,713.03 จุด หลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดระหว่างวัน โดยก่อนหน้านี้ Nasdaq ลดลงมากถึง 1.4%
หุ้น Seagate Technology และ Western Digital ปรับตัวลงต่อในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับหุ้น SK Hynix ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงอย่างหนักในช่วงข้ามคืน นักลงทุนเริ่มกังวลว่าอาจเกิดภาวะชิปหน่วยความจำล้นตลาด เนื่องจากเกาหลีใต้กำลังเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากจีน
อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla กล่าวถึงประเด็นนี้ในโพสต์บน X ว่า “จีนจะผลิต RAM ได้เป็นจำนวนมากในปี 2028”
ความกังวลในภาค AI เพิ่มขึ้นอีก หลังแหล่งข่าวแจ้ง ซีเอ็นบีซี ว่า รายได้ของ Anthropic เพิ่มขึ้นเป็น 16,800 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 โดยนักลงทุนบางรายกังวลว่า รายได้ของยักษ์ใหญ่ด้าน AI แห่งนี้อาจเติบโตไม่เร็วพอที่จะรองรับการปรับขึ้นอย่างมากของหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิป
หุ้นเอไอ บางตัวสวนกระแส
อย่างไรก็ตาม หุ้นบางตัวในกลุ่ม AI ฟื้นตัวขึ้น โดยหุ้น CoreWeave เพิ่มขึ้นเกือบ 6% พลิกกลับจากการลดลงในวันก่อนหน้า ซึ่งหุ้นดังกล่าวร่วงลงมากกว่า 15% ในการซื้อขายครั้งก่อน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าบริษัทกู้ยืมเงินมากเกินไปเพื่อใช้ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรบริษัทของ CoreWeave ก็พุ่งขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ หุ้น Micron Technology ยังฟื้นตัวจากการลดลงก่อนหน้า และปิดเพิ่มขึ้นเกือบ 2%
อเล็กซ์ ชาฮิดี ผู้ร่วมประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Evoke ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทผู้บริหารความมั่งคั่ง MAI Capital Management กล่าวว่า “เมื่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ผลตอบแทน 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 นักลงทุนก็จะเริ่มเปรียบเทียบผลตอบแทนดังกล่าวกับการทุ่มเดิมพันครั้งใหญ่ใน AI ประเด็นไม่ใช่ว่าจะลงทุนใน AI หรือไม่ แต่คือจะให้น้ำหนักกับ AI มากเพียงใด”
ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอื่นนอกภาคเทคโนโลยี โดยหุ้น Walmart ปรับขึ้น 1.5% ขณะที่หุ้น Nike พุ่งขึ้นมากกว่า 5%
หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
นักลงทุนยังตอบรับข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติม โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งรายเดือนและรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022
ความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอย่างเชิงรุกก่อนสิ้นปี ยังคงกดดันตลาดหุ้นในวันพุธ หลังจากข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปีในอัตราที่สูงกว่าที่คาดไว้
เดวิด รัสเซลล์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดโลกของ TradeStation กล่าวว่า “รายงาน PPI ในวันนี้ เมื่อพิจารณาร่วมกับ CPI เมื่อวันพุธ ยืนยันว่าเงินเฟ้อกำลังแย่ลงในขณะที่ราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูง ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ราคาก็กำลังปรับสูงขึ้น และเฟดอาจถูกบังคับให้ต้องเข้าแทรกแซง”




