วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ ปิดบวกกว่า 500 จุด หลังนักลงทุนโยกเงินออกจากหุ้นกลุ่ม AI

ดาวโจนส์ พุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืน นักลงทุนโยกเงินออกจากหุ้นกลุ่ม AI เพื่อลงทุนในหมวดอื่น ตลาดยังกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก หลังเงินเฟ้อสหรัฐยังสูง

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (15 ต.ค. 69) เนื่องจากความกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีกำลังใช้จ่ายกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) มากเกินไป ทำให้นักลงทุนลดการลงทุนในกลุ่มดังกล่าวและหันไปหาหุ้นที่มีมูลค่าน่าสนใจในกลุ่มอื่น ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

ดัชนีหุ้นบลูชิปเพิ่มขึ้น 556.21 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 52,177.69 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.33% ปิดที่ 7,744.06 จุด ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง ปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.08% ที่ 26,713.03 จุด หลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดระหว่างวัน โดยก่อนหน้านี้ Nasdaq ลดลงมากถึง 1.4% 

หุ้น Seagate Technology และ Western Digital ปรับตัวลงต่อในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับหุ้น SK Hynix ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงอย่างหนักในช่วงข้ามคืน นักลงทุนเริ่มกังวลว่าอาจเกิดภาวะชิปหน่วยความจำล้นตลาด เนื่องจากเกาหลีใต้กำลังเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากจีน

อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla กล่าวถึงประเด็นนี้ในโพสต์บน X ว่า “จีนจะผลิต RAM ได้เป็นจำนวนมากในปี 2028”

ความกังวลในภาค AI เพิ่มขึ้นอีก หลังแหล่งข่าวแจ้ง ซีเอ็นบีซี ว่า รายได้ของ Anthropic เพิ่มขึ้นเป็น 16,800 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 โดยนักลงทุนบางรายกังวลว่า รายได้ของยักษ์ใหญ่ด้าน AI แห่งนี้อาจเติบโตไม่เร็วพอที่จะรองรับการปรับขึ้นอย่างมากของหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิป

หุ้นเอไอ บางตัวสวนกระแส 

อย่างไรก็ตาม หุ้นบางตัวในกลุ่ม AI ฟื้นตัวขึ้น โดยหุ้น CoreWeave เพิ่มขึ้นเกือบ 6% พลิกกลับจากการลดลงในวันก่อนหน้า ซึ่งหุ้นดังกล่าวร่วงลงมากกว่า 15% ในการซื้อขายครั้งก่อน เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าบริษัทกู้ยืมเงินมากเกินไปเพื่อใช้ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรบริษัทของ CoreWeave ก็พุ่งขึ้นเช่นกัน

 

นอกจากนี้ หุ้น Micron Technology ยังฟื้นตัวจากการลดลงก่อนหน้า และปิดเพิ่มขึ้นเกือบ 2%

อเล็กซ์ ชาฮิดี ผู้ร่วมประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Evoke ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทผู้บริหารความมั่งคั่ง MAI Capital Management กล่าวว่า “เมื่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ผลตอบแทน 5% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 นักลงทุนก็จะเริ่มเปรียบเทียบผลตอบแทนดังกล่าวกับการทุ่มเดิมพันครั้งใหญ่ใน AI ประเด็นไม่ใช่ว่าจะลงทุนใน AI หรือไม่ แต่คือจะให้น้ำหนักกับ AI มากเพียงใด”

ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอื่นนอกภาคเทคโนโลยี โดยหุ้น Walmart ปรับขึ้น 1.5% ขณะที่หุ้น Nike พุ่งขึ้นมากกว่า 5% 

หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

 

นักลงทุนยังตอบรับข้อมูลเงินเฟ้อเพิ่มเติม โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งรายเดือนและรายปีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 

 

ความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอย่างเชิงรุกก่อนสิ้นปี ยังคงกดดันตลาดหุ้นในวันพุธ หลังจากข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปีในอัตราที่สูงกว่าที่คาดไว้

 

เดวิด รัสเซลล์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดโลกของ TradeStation กล่าวว่า “รายงาน PPI ในวันนี้ เมื่อพิจารณาร่วมกับ CPI เมื่อวันพุธ ยืนยันว่าเงินเฟ้อกำลังแย่ลงในขณะที่ราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูง ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม ราคาก็กำลังปรับสูงขึ้น และเฟดอาจถูกบังคับให้ต้องเข้าแทรกแซง”