ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดสูงขึ้น วันศุกร์ เบรนท์ปิดระดับสูงที่ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล WTI เกือบแตะ 92 ดอลลาร์ หลังมีการระงับการผลิตเพิ่มเติมก่อนพายุเฮอริเคนพัดขึ้นฝั่ง
KEY POINTS
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากบริษัทน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกระงับการผลิตกว่า 70% เพื่อรับมือพายุเฮอริเคน
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ปิดตลาดสูงขึ้น และมีแนวโน้มปรับขึ้นในภาพรวมรายสัปดาห์
- ปัจจัยที่กดดันราคาคือความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และแผนการของจีนที่จะกลับมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (9 ต.ค. 69) หลังพายุเฮอริเคนอิซาเอียสเคลื่อนตัวเข้าใกล้อ่าวเม็กซิโกตอนเหนือ และบริษัทน้ำมันระงับการผลิตน้ำมันดิบในน่านน้ำสหรัฐ มากกว่า 70%
ก่อนหน้านี้ในช่วงการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง “มีความคืบหน้า” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกเป็นนัยว่าจะมีการประกาศเรื่องน้ำมันดีเซลในเร็ว ๆ นี้ โดยยังไม่เปิดเผยรายละเอียด และกล่าวว่ากำลังพิจารณาระงับการเก็บภาษีน้ำมันเบนซินของรัฐบาลกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 104.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.42% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐปิดที่ 91.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.39%
แผนการของจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ที่จะกลับมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป หลังหยุดส่งออกชั่วคราวในช่วงวันหยุดโกลเดนวีค ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาด โดยรอยเตอร์รายงานเรื่องดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ โดยอ้างแหล่งข่าว
เมื่อพิจารณาเป็นรายสัปดาห์ ราคาน้ำมันเบรนท์และ WTI มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น
- ปัจจัยกดราคาน้ำมัน
ทามาส วาร์กา นักวิเคราะห์จาก PVM Oil Associates กล่าวว่า คำมั่นของทรัมป์เกี่ยวกับอิหร่าน รวมถึงการที่จีนจะกลับมาส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน กำลังเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง
ราคาน้ำมันมีความผันผวนในสัปดาห์นี้ เนื่องจากภัยคุกคามต่อการขนส่งทางเรือในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น โดยก่อนเกิดสงคราม เส้นทางดังกล่าวใช้ขนส่งน้ำมันและเชื้อเพลิงคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณทั่วโลก
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า วอชิงตันกำลังมี “การหารือที่มีความคืบหน้า” กับอิหร่าน และระบุว่าจะไม่มีการโจมตีก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน หลังมีรายงานข่าวก่อนหน้านี้ว่า เขากำลังพิจารณาโจมตีก่อนวันดังกล่าว
สำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ของอิหร่านรายงานในวันเดียวกันว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า เตหะรานกำลังพิจารณาคำตอบของสหรัฐต่อข้อเสนอของอิหร่าน ซึ่งจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งภายใน 7 วัน
อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงกดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจ โดยใช้มาตรการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปที่บุคคล เครือข่ายต่าง ๆ และเรือ 17 ลำที่ใช้ลำเลียงน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน และปิโตรเคมีของอิหร่าน
สงครามกับอิหร่าน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ได้รบกวนอุปทานเชื้อเพลิงสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน และโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล
นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังต้องรับมือกับพายุเฮอริเคนอิซาเอียสในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งทำให้ผู้ผลิตระงับการผลิตน้ำมันราว 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 62.9% ของกำลังการผลิตปัจจุบันในภูมิภาค ณ วันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของหน่วยงาน US Marine Minerals Administration





