การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ 'พุ่งแตะระดับสูงสุด' นับตั้งแต่สงครามเริ่ม หลังอิหร่านเร่งกดดันเส้นทางขนส่งพลังงาน ขณะที่ปริมาณส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบลดลงเหลือ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำกว่าช่วงก่อนสงคราม 40%
CNBC รายงานว่า "เรือบรรทุกน้ำมัน" ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซกำลังตกเป็นเป้าโจมตีแทบทุกวัน ในขณะที่อิหร่านกำลังยกระดับการโจมตีเพื่อพยายามสกัดการส่งออกน้ำมันดิบที่กำลังจะฟื้นตัว
ข้อมูลจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ระบุว่า ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ต.ค. มีเรือบรรทุกน้ำมันถึง "11 ลำ" ถูกโจมตีระหว่างเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจำนวนครั้งที่มากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ.
และในสัปดาห์นี้ มีเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีเพิ่มอีก 5 ลำ
ข้อมูลของบริษัทความมั่นคงทางทะเล Marisks ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรือ On Peace ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกโจมตีขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้มีลูกเรือ 12 คนซึ่งทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย ได้รับบาดเจ็บ
ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center) ซึ่งเป็นความร่วมมือของกองทัพประเทศพันธมิตรสหรัฐที่มีสำนักงานใหญ่ในบาห์เรน และติดตามความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาค ออกประกาศเตือนเรือพาณิชย์ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “การกระทำเหล่านี้ยังคงสะท้อนเจตนาของ 'อิหร่าน' ที่จะยืนยันอิทธิพลของตนตามเส้นทางเดินเรือสำคัญ และรักษาแรงกดดันต่อเรือที่เดินทางผ่านพื้นที่”
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRCG) ออกโรงเตือนผ่านสำนักข่าว Fars ว่า อิหร่านจะปิดกั้น “เส้นทางที่ผิดกฎหมายทั้งหมด” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่การส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในเดือนก.ย. "เริ่มฟื้นตัวกลับไปใกล้ระดับก่อนสงคราม" โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่กองทัพสหรัฐคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยใช้เส้นทางเลียบชายฝั่งโอมาน
มิเชล วีส บ็อกมันน์ นักวิเคราะห์ข่าวกรองทางทะเลอาวุโสของ Windward ผู้ให้บริการด้านการบริหารความเสี่ยงและการเฝ้าระวัง กล่าวว่า “ปริมาณน้ำมันยังผ่านไปได้ แต่ก็เป็นช่วงที่ความเสี่ยงทางทะเลอยู่ในระดับสูงมาก” โดย IMO ระบุว่านับตั้งแต่เดือนก.ค. เป็นต้นมา มีลูกเรือเสียชีวิตจากการโจมตีเรือแล้วอย่างน้อย 9 คน
“นี่ไม่ใช่ภาวะปกติใหม่ (new normal) ที่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน” ริชาร์ด มี้ด บรรณาธิการบริหารของ Lloyd’s List วารสารการค้าในอุตสาหกรรมเดินเรือ กล่าวระหว่างที่กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) บรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซต่อผู้ประกอบการเดินเรือเมื่อวันพฤหัสบดี
CENTCOM ระบุว่า มีน้ำมันดิบ 20 ล้านบาร์เรลเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว พร้อมปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอิหร่านที่ว่าเส้นทางน้ำถูกปิด
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบเริ่มลดลงอีกครั้งในช่วงหลัง ขณะที่การโจมตีเพิ่มขึ้น
ข้อมูลของ Kpler ที่เผยแพร่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ระบุว่า การส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ 8.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในสัปดาห์สิ้นสุดวันพุธ ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติก่อนสงครามราว 40% ขณะที่การส่งออกจากตะวันออกกลางโดยรวมอยู่ที่ 15.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม 10%
ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านไม่ได้โหลดน้ำมันดิบเพื่อส่งออกเลยนับตั้งแต่ปลายเดือนส.ค. เนื่องจากการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐต่อสาธารณรัฐอิสลาม
ขณะเดียวกัน เตหะรานยังขยายการโจมตีลึกเข้าไปในอ่าวเปอร์เซียมากขึ้น หลัง IRCG เตือนว่าจะไม่จำกัดการโจมตีไว้เพียงแค่ในช่องแคบฮอร์มุซ และจะไล่ติดตามเรือทั่วทั้งภูมิภาคที่ฝ่าฝืนกฎการเดินเรือของอิหร่าน
เมื่อวันพุธ มีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีบริเวณนอกชายฝั่งประเทศกาตาร์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง
ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมัน Gem No. 2 ถูกโจมตีเมื่อวันศุกร์นอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จนเกิดเพลิงไหม้บนเรือ โดยเรือลำนี้ออกจากราสทานูรา ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อเดือนมี.ค. และอยู่ในอ่าวเปอร์เซียนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น
นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. มีลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน จากการโจมตีเรือพาณิชย์ 100 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน ตามข้อมูลของ IMO
ที่มา: CNBC





