วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

อินเดียเลิก ‘น้ำมันรัสเซีย’ ยาก แม้สหรัฐขู่ภาษีโหด 100%

สหรัฐบีบหนัก! ขู่เก็บภาษีสูงสุด 100% ต่อประเทศที่ยังคงซื้อน้ำมันรัสเซีย แต่ ‘อินเดีย’ เลิกซื้อยาก หลังพึ่งน้ำมันนำเข้า ‘สูงถึง 85%’ ของความต้องการ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือน หากตัดรัสเซียออกทันที อาจดันต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อพุ่ง ท่ามกลางน้ำมันโลกที่ตึงตัว

แม้สหรัฐงัดมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ขู่เก็บภาษีสูงสุดถึง 100% กับประเทศที่ยังคงซื้อน้ำมันรัสเซีย แต่ดูเหมือนว่า “อินเดีย” จะตัดขาดจากน้ำมันหมีขาวไม่ง่ายนัก เพราะท่ามกลางภาวะน้ำมันโลกตึงตัว การหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนในเวลาอันสั้นอาจต้องแลกกับต้นทุนที่แพงขึ้น และเสี่ยงกระทบราคาพลังงานในประเทศ

ยิ่งโดยเฉพาะในปัจจุบัน อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบ “มากกว่า 85%” ของความต้องการในประเทศ โดยรัสเซียถือเป็น “แหล่งนำเข้าสำคัญที่สุด” คิดเป็นสัดส่วน 33% ของมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดในปี 2025 

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา อินเดียนำเข้าไฮโดรคาร์บอนรัสเซียมูลค่า 5.46 พันล้านดอลลาร์ มากเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ตามรายงานของศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (CREA)

แรงกดดันเพิ่มขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามกฎหมาย Sanctioning Russia and Iran Act (SRIA) ปี 2026 เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ไม่นานนี้ ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรและภาษีกับประเทศที่ยังคงทำธุรกิจพลังงานกับรัสเซีย โดยอินเดียอาจเผชิญภาษี “สูงสุดถึง 100%”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การให้อินเดียเลิกซื้อน้ำมันรัสเซียอย่างรวดเร็วไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากรัสเซียสามารถส่งน้ำมันได้ในปริมาณมากและมีความได้เปรียบด้านราคา ขณะที่ตลาดโลกกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทาน โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางกระทบทั้งการผลิตและการขนส่ง และราคาน้ำมันเบรนท์อยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อาเจย์ ศรีวาสตาวา ผู้ก่อตั้งสถาบัน Global Trade Research Initiative ซึ่งเป็นคลังสมองในกรุงนิวเดลี ระบุในบทวิเคราะห์ที่ส่งให้สำนักข่าวนิกเกอิ เอเชียว่า

“อินเดียควรซื้อน้ำมันจากรัสเซียต่อไป ตราบใดที่ยังมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ และควรเจรจาอย่างหนักแน่นโดยไม่ยอมให้สัมปทานทางการค้าแก่สหรัฐเพียงฝ่ายเดียว”

เขาย้ำว่า อินเดีย “ไม่ควรนำความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวและการยอมให้สัมปทานทางการค้าอย่างถาวร ไปแลกกับการผ่อนปรนภาษีเพียงชั่วคราว”

นอกจากนี้ หากอินเดียต้องหันไปแย่งซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นทันที อาจทำให้ต้นทุนนำเข้าพลังงานและเงินเฟ้อในประเทศพุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกัน น้ำมันจากแหล่งอื่นบางชนิดอาจไม่เหมาะกับโรงกลั่นอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับน้ำมันดิบชนิด Medium-Sour

ด้านเนียร์มาลา สิฐรามัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินเดียระบุว่า หากอินเดียถอนตัวออกจากตลาดน้ำมันรัสเซียและหันไปซื้อจากแหล่งอื่น ปริมาณน้ำมันที่มีอยู่อย่างจำกัดอาจมีราคาพุ่งขึ้นทันที พร้อมย้ำว่า นิวเดลีจำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศเป็นอันดับแรก

เหล่านักวิเคราะห์มองว่า อินเดียอาจเลือกเจรจากับวอชิงตันเพื่อขอ “ข้อยกเว้น” จากมาตรการดังกล่าว แทนการหยุดนำเข้าน้ำมันรัสเซียโดยฉับพลัน โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐเอง ก็อาจไม่ต้องการให้น้ำมันรัสเซียหลายล้านบาร์เรลหายออกจากตลาดโลกในช่วงที่อุปทานตึงตัว เพราะอาจยิ่งผลักดันราคาพลังงานให้แพงขึ้น

ประเด็นดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญระหว่างอินเดีย-สหรัฐ โดยนิวเดลีส่งสัญญาณว่า แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร แต่การตัดสินใจเรื่องน้ำมันรัสเซียจะต้องตั้งอยู่บน “ความมั่นคงทางพลังงานและผลประโยชน์ของอินเดีย” เป็นสำคัญ

อ้างอิง: nikkei, bbc