วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

คาซัคสถาน ‘หาทางหนี’ เล็งรูตข้ามแคสเปียน ส่งน้ำมัน ‘ไม่ผ่านรัสเซีย’

สงครามรัสเซีย–ยูเครนกำลังเขย่า ‘เส้นเลือดใหญ่’ ของคาซัคสถาน เมื่อเส้นทางส่งออกน้ำมันกว่า 80% ต้อง ‘พาดผ่านรัสเซีย’ ล่าสุดยักษ์น้ำมันจึงเริ่มมองหาทางหนีทีไล่ ด้วยเส้นทางใหม่ ‘ข้ามทะเลแคสเปียน’ หวังลดความเสี่ยงจากสมรภูมิทะเลดำ

ท่ามกลางการถูกโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อท่าเรือและเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลดำ “คาซัคสถาน” หนึ่งใน 10 ผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางส่งออกน้ำมัน “ข้ามทะเลแคสเปียน” เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านแผ่นดินรัสเซีย 

ปัจจุบัน น้ำมันส่งออกมากกว่า 80% ของคาซัคสถานถูกลำเลียงผ่านท่อ Caspian Pipeline Consortium (CPC) ซึ่ง “พาดผ่านรัสเซีย” ไปยังทะเลดำ ก่อนส่งต่อไปยังยุโรป ซึ่งเป็นตลาดน้ำมันใหญ่ที่สุดของคาซัคสถาน

อย่างไรก็ตาม การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนต่อท่าเรือใกล้เมืองโนโวรอสซีสค์ของรัสเซีย รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน ทำให้การดำเนินงานของท่อ CPC ต้องหยุดชะงักเป็นระยะ และบีบให้ผู้ผลิตคาซัคสถานลดกำลังการผลิตลง

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานถึง KazMunayGas บริษัทน้ำมันแห่งชาติของคาซัคสถาน ซึ่งเปิดเผยว่า ผู้ผลิตน้ำมันกำลังจัดทำการศึกษาความเป็นไปได้ของเส้นทางใหม่ โดยจะลำเลียงน้ำมันจากเมืองอาตีเราของคาซัคสถาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำมัน ไปยังท่าเรืออัคเตา ก่อนข้ามทะเลแคสเปียนไปยังกรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน

จากนั้นน้ำมันจะเข้าสู่เส้นทางที่มีอยู่แล้ว ผ่านกรุงทบิลิซีของจอร์เจีย และไปยังเมืองเจย์ฮานของตุรกีริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

คาซัคสถาน ‘หาทางหนี’ เล็งรูตข้ามแคสเปียน ส่งน้ำมัน ‘ไม่ผ่านรัสเซีย’

แหล่งข่าวระบุว่า ทางเลือกสำหรับการข้ามทะเลแคสเปียนมี 2 รูปแบบ ได้แก่ การสร้างท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล หรือการเพิ่มกองเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ โดยทั้งสองทางเลือกอาจรองรับน้ำมันได้สูงสุด 35 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณที่คาซัคสถานส่งผ่านท่อ CPC ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม นูร์ลัน จูมากูลอฟ ผู้อำนวยการบริหาร Energy Monitor Fund เตือนว่า เส้นทางดังกล่าวจะมีต้นทุนสูง ขณะที่การก่อสร้างท่อใต้ทะเล อาจต้องใช้เวลาหลายปี

การหาเส้นทางสำรองมีความสำคัญมากขึ้น หลัง Chevron ลงทุน 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อขยายแหล่งน้ำมัน Tengiz ซึ่งสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ราว 12 ล้านตันต่อปี แต่ปัจจุบันน้ำมันเกือบทั้งหมดจากแหล่งดังกล่าวยังต้องพึ่งพาท่อ CPC ในการส่งออก

ผลกระทบจากการโจมตีในปีนี้ ทำให้ผลผลิตน้ำมันของคาซัคสถานลดลงรวมประมาณ 3.5 ล้านตัน และรัฐบาลต้องปรับลดเป้าหมายการผลิตปี 2569 เหลือ 96 ล้านตัน จากสถิติสูงสุด 99.6 ล้านตันในปีก่อน

ความเสี่ยงดังกล่าวยิ่งมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจคาซัคสถาน เนื่องจากน้ำมันและก๊าซ สร้างรายได้ราวครึ่งหนึ่งของงบประมาณภาครัฐ และคิดเป็นประมาณ 60% ของรายได้จากการส่งออก

อับซาล นาริมเบตอฟ ซีอีโอของ Energy Analytics ถึงกับเรียกท่อ CPC ว่าเป็น “จุดอ่อนสำคัญ” ของเศรษฐกิจคาซัคสถาน เพราะหากเส้นทางนี้หยุดชะงักอย่างรุนแรง ประเทศแทบไม่มีเส้นทางอื่นที่สามารถรองรับน้ำมันปริมาณมหาศาลได้ในระยะสั้น

ที่ผ่านมา คาซัคสถานพยายามเพิ่มการส่งออกผ่านเส้นทาง Trans-Caspian Corridor และท่อ Baku-Tbilisi-Ceyhan (BTC) มาตั้งแต่ปี 2565 แต่ปัจจุบันยังส่งน้ำมันผ่านเส้นทางนี้เพียงประมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี หรือน้อยกว่า 2% ของปริมาณที่ส่งผ่านท่อ CPC

ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของเส้นทางใหม่ มีกำหนดนำเสนอต่อบริษัทผู้ถือหุ้นในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่ผู้ผลิตรายใหญ่จะตัดสินใจร่วมกันว่า จะเดินหน้าโครงการหรือไม่

อ้างอิง: nikkei