เปิด ‘ฉันทามติ 8 ข้อ’ หลังซัมมิตสี–ทรัมป์ ตั้งแต่ลดภาษี การค้า AI ไปจนถึงความมั่นคงโลก แต่ที่น่าจับตาคือ ‘ข้อ 3’ เมื่อจีน–สหรัฐเห็นพ้องไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ และคัดค้านการเก็บค่าผ่านทางในน่านน้ำระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบไพ่ต่อรองของเตหะรานอย่าง ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’
หลังปูพรมแดง งานเลี้ยง และการเจรจาที่ทั่วโลกจับตา ในที่สุด “ผลลัพธ์” จากการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระหว่างวันที่ 23–25 กันยายน ก็ออกมาแล้ว สองมหาอำนาจบรรลุ “ฉันทามติ 8 ข้อ” ครอบคลุมตั้งแต่การค้า AI อิหร่าน ยาเสพติด ไปจนถึงความมั่นคงโลก
สำหรับ “ฉันทามติ 8 ข้อ” ตามรายงานของกระทรวงการต่างประเทศจีนและในรายงาน Fact Sheet ของทำเนียบขาว มีดังนี้
1. รักษาความสัมพันธ์จีน–สหรัฐให้มีเสถียรภาพ
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสร้าง “ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐ” ที่สร้างสรรค์และมีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานของความเคารพ ความเป็นธรรม และการต่างตอบแทน
2. หนุน APEC-G20 ซึ่งกันและกัน
จีนและสหรัฐจะสนับสนุนซึ่งกันและกันในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมสุดยอด G20 ให้ประสบความสำเร็จ โดยผู้นำทั้งสองประเทศมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการประชุมที่อีกฝ่ายเป็นเจ้าภาพ
3. ไม่ยอมรับอิหร่านมีนิวเคลียร์หรือเก็บค่าฮอร์มุซ
ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องว่า อิหร่านควรปฏิบัติตามคำมั่นที่จะ “ไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์” และไม่ควรอนุญาตให้ประเทศหรือสถาบันใด “เรียกเก็บค่าผ่านทาง” จากเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ
4. รำลึกความสัมพันธ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2
ผู้นำทั้งสองรำลึกว่า จีนและสหรัฐเคยเป็น “พันธมิตรกัน” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่จนได้รับชัยชนะในสงคราม
5. บรรลุข้อตกลงลดภาษีระหว่างกัน
ผู้นำทั้งสองงเห็นพ้องว่า กลไกหารือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐมีบทบาทสำคัญ พร้อมรับรองผลการเจรจาของคณะทำงานสองฝ่าย ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดตั้งและเดินหน้า “คณะกรรมการการค้า (Board of Trade)” การลดภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนสำหรับสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงการขยายเวลาข้อตกลงที่ได้จากการเจรจาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ พร้อมสั่งการให้ทั้งสองฝ่ายนำข้อตกลงเหล่านี้ไปปฏิบัติ
- สำหรับสินค้าส่งออกของสหรัฐ ครอบคลุมสินค้าเกษตร ปลาและอาหารทะเล ไม้ซุงและผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องสำอาง และอุปกรณ์การแพทย์
- สำหรับสินค้าที่สหรัฐนำเข้าจากจีน ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ของเล่น ของตกแต่งเทศกาล และเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์
หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์เดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมถ่านหินของสหรัฐ จีนจะนำเข้าถ่านหินจากสหรัฐอย่างน้อย 10 ล้านตันในปี 2027 และอีกอย่างน้อย 10 ล้านตันในปี 2028
6. ร่วมปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม
ทั้งสองฝ่ายระบุว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนและสหรัฐได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสองฝ่ายได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดจนสามารถคลี่คลายหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดใหม่ และสารตั้งต้น รวมทั้งจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องได้หลายสิบรายในทั้งสองประเทศ
7. เปิดกลไกหารือความเสี่ยงด้าน AI
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจัดตั้ง “การหารือด้านปัญญาประดิษฐ์จีน–สหรัฐ” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยการหารือครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2026
นอกจากนี้ จีนและสหรัฐยังตกลงจัดตั้งช่องทางการสื่อสารทวิภาคีสำหรับรับมือกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI
8. จีนส่งแพนด้ายักษ์ 2 ตัวไปสหรัฐ
สหรัฐยินดีต้อนรับแพนด้ายักษ์ 2 ตัว ซึ่งจีนให้สวนสัตว์แอตแลนตา ยืมไปดูแล
นอกเหนือจากฉันทามติทั้ง 8 ประการแล้ว กองทัพจีนและสหรัฐยังเห็นพ้องที่จะเร่งจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วย “การสื่อสารและการป้องกันวิกฤติ” ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด รวมถึงเดินหน้าความร่วมมือในการค้นหาร่างหรืออัฐิของทหารสหรัฐที่สูญหายในจีนต่อไป
จับตาฉันทามติข้อ 3 เมื่อจีน–สหรัฐแตะไพ่ ‘นิวเคลียร์-ฮอร์มุซ’
ทั้งนี้ สำหรับฉันทามติทั้ง 8 ข้อ ดูเหมือนมี “ข้อ 3” ที่กระทบต่ออิหร่านโดยตรง นั่นคือการที่จีนและสหรัฐเห็นพ้องว่า อิหร่านไม่ควรพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ควรมีประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ
แต่หากมองจากฝั่งเตหะราน สองประเด็นนี้มีน้ำหนักต่างกันอย่างชัดเจน
ในเรื่องนิวเคลียร์ อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้แสวงหา “อาวุธนิวเคลียร์” และระบุว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ ดังนั้น ถ้อยแถลงที่ว่าอิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์ จึงอาจไม่ได้ขัดกับจุดยืนที่เตหะรานประกาศต่อสาธารณะโดยตรง แม้ความขัดแย้งสำคัญยังอยู่ที่ระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และกลไกตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
แต่ประเด็น “ช่องแคบฮอร์มุซ” ค่อนข้างอ่อนไหวกว่ามาก เพราะอิหร่านมองเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้เป็นหนึ่งในไพ่ต่อรองสำคัญกับสหรัฐ และยังเรียกร้องให้มีการยอมรับบทบาทความมั่นคงของอิหร่านในช่องแคบนี้ด้วย
ขณะที่ข้อเสนอประนีประนอมที่อยู่ระหว่างการหารือผ่านคนกลาง มีแนวคิดให้อิหร่านยอมถอยจากการเรียกเก็บ “ค่าผ่านทาง” แต่ยังคงสามารถเรียกเก็บในชื่อ “ค่าบริการ” ที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ ความปลอดภัย หรือสิ่งแวดล้อมได้
ล่าสุด เตหะรานยังส่งสัญญาณพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การเดินเรือกลับมาได้ภายใน 7 วัน แต่มีเงื่อนไขว่า สหรัฐต้องลดแรงกดดันทางทหารและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเสียก่อน สะท้อนว่า “ฮอร์มุซ” ยังคงเป็นไพ่ต่อรองสำคัญบนโต๊ะเจรจาระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน
อ้างอิง: whitehouse, fmprc





