วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

สว.สหรัฐชงกฎหมาย ‘คุกสูงสุด 20 ปี’ หากฝืนสร้าง ‘AI เหนือมนุษย์’

เมื่อ AI ยิ่งฉลาด ความกลัวก็ยิ่งทวีคูณ นักการเมืองสหรัฐบางส่วนเริ่มส่งสัญญาณ ‘เหยียบเบรก’ เทคโนโลยีแห่งอนาคต หลัง สว. ‘เบอร์นี แซนเดอร์ส’ เสนอร่างกฎหมายห้ามพัฒนา ‘AI Superintelligence’ พร้อมบทลงโทษหนักถึงจำคุก 20 ปี

ความกังวลว่า “ปัญญาประดิษฐ์” อาจพัฒนาไปไกลจนมนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้ กำลังผลักดันให้ “ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐ” เริ่มพิจารณามาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น

“เบอร์นี แซนเดอร์ส” วุฒิสมาชิกสหรัฐ ซึ่งเคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในนามพรรคเดโมแครต และ “เกร็ก คาซาร์” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต เปิดตัวร่างกฎหมาย “Ban Artificial Superintelligence Act” ซึ่งจะบังคับให้สหรัฐ “ห้าม” การพัฒนาและใช้งานปัญญาประดิษฐ์เหนือมนุษย์ หรือ Artificial Superintelligence (ASI) พร้อมระงับการพัฒนา AI ขั้นสูงบางประเภทเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีหน่วยงานกำกับดูแล และมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน

หนึ่งในมาตรการที่โดดเด่นที่สุดคือ “บทลงโทษ” โดยบุคคลที่พยายามฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยงข้อห้ามตามร่างกฎหมาย อาจเผชิญโทษจำคุก “สูงสุด 20 ปี” ซึ่งแซนเดอร์ส ระบุว่า อยู่ในระดับใกล้เคียงกับบทลงโทษที่มีอยู่สำหรับ “การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โดยมิชอบ” 

ขณะที่บริษัทที่ฝ่าฝืนอาจเผชิญมาตรการที่ร่างกฎหมายเรียกว่า “Corporate Death Penalty” หรือการเพิกถอนความสามารถในการดำเนินธุรกิจ

ร่างกฎหมายยังเสนอให้จัดตั้ง “หน่วยงานรัฐบาลกลางระดับกระทรวง” ขึ้นมากำกับดูแล AI โดยเฉพาะ มีอำนาจตรวจสอบระบบ AI ขั้นสูงตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา ติดตามความสามารถที่อาจก่อให้เกิดอันตราย และบังคับใช้ข้อห้ามเกี่ยวกับ Superintelligence

นอกจากนี้ เป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในสหรัฐ แต่ยังเสนอให้รัฐบาลวอชิงตันผลักดันข้อตกลงระหว่างประเทศ ประสานความร่วมมือกับชาติพันธมิตร และใช้มาตรการต่างๆ เช่น การควบคุมการส่งออก เพื่อป้องกันการพัฒนา Superintelligence ในประเทศอื่นด้วย

ข้อเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงที่เข้มข้นขึ้นว่า สหรัฐควรเร่งพัฒนา AI เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงทางเทคโนโลยี หรือควรชะลอการพัฒนาเพื่อสร้างมาตรการความปลอดภัยให้ทันกับเทคโนโลยี โดยแซนเดอร์ส และคาซาร์ให้เหตุผลว่า AI ที่ก้าวหน้าจนมนุษย์ไม่สามารถควบคุมหรือปิดระบบได้ อาจสร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อความมั่นคง และชีวิตมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อเสนอทางนิติบัญญัติ และการถกเถียงเรื่องสมดุลระหว่าง “นวัตกรรม” กับ “ความปลอดภัย” ของ AI มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สภาคองเกรสต้องพิจารณาต่อไป

นอกจากความเคลื่อนไหวในสภาแล้ว อดีตประธานาธิบดี “บารัก โอบามา” ของสหรัฐ ได้แสดงความเห็นว่า รัฐบาลสหรัฐจำเป็นต้องดำเนินการเชิงรุกในการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรับมือกับความกังวลด้านความปลอดภัย พร้อมชื่นชมเหล่าผู้นำบริษัท AI ชั้นแนวหน้าที่ออกมาแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงของเทคโนโลยีดังกล่าว 
 

 

 

อ้างอิง: yahoo

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์