วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569

Login
Login

ถอดรหัสชะลอพัฒนาเอไอ อีกหนึ่งสมรภูมิสหรัฐ-จีน

หลังจากแสดงความเห็นกับผู้สื่อข่าวเมินเฉยต่อเสียงเตือนถึงภัยอันตรายของเอไอไปแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็โพสต์ทรูธโซเชียลรัว ๆ ไม่เห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องจากทั่วโลกที่ให้เฝ้าระวังเทคโนโลยีโตเร็วชนิดนี้ อย่างที่ผู้บริหารหลายคนหวาดกลัว

KEY POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ คัดค้านการชะลอการพัฒนาเอไอ โดยยืนกรานว่าสหรัฐ ไม่อาจยอมพ่ายแพ้ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับจีน
  • ประเด็นการควบคุมความเร็วในการพัฒนาเอไอ ได้กลายเป็นสมรภูมิแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐ และจีน ซึ่งต่างก็ไม่ต้องการเสียเปรียบในการเป็นผู้นำ
  • ท่าทีของทรัมป์สวนทางกับความกังวลของผู้นำบริษัทเทคโนโลยีและองค์กรระหว่างประเทศที่เรียกร้องให้มีการควบคุมความเสี่ยงจากเอไอ

หลังจากแสดงความเห็นกับผู้สื่อข่าวเมินเฉยต่อเสียงเตือนถึงภัยอันตรายของเอไอไปแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็โพสต์ทรูธโซเชียลรัว ๆ ไม่เห็นด้วยกับเสียงเรียกร้องจากทั่วโลกที่ให้เฝ้าระวังเทคโนโลยีโตเร็วชนิดนี้ อย่างที่ผู้บริหารหลายคนหวาดกลัว

ทรัมป์โพสต์ทรูธโซเชียลเมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) ว่า สหรัฐไม่อาจยอมพ่ายแพ้ในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีให้กับคู่แข่งอย่างจีนได้ และยืนกรานว่า มาตรการป้องกันเดียวที่จำเป็นต้องมีคือ “ประธานาธิบดีที่เข้มแข็งและฉลาด (ไอคิวสูง!) และสหรัฐก็มีสิ่งนั้นมากมาย!”

“เอไอครองโลก ทำลายมนุษยชาติ เลวร้ายสารพัด ล้วนแต่เป็นเรื่องลวงโลก” ทรัมป์ระบุในโพสต์หนึ่งจากบรรดาหลาย ๆ โพสต์ที่เขากระหน่ำแสดงความเห็นเรื่องเอไอ โดยเปรียบเทียบกับ “เรื่องลวงโลกอื่น ๆ” เช่น การสอบสวนความสัมพันธ์ระหว่างการหาเสียงของเขากับรัสเซีย การถอดถอนเขาเรื่องยูเครน ทั้งสองเรื่องเกิดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระแรก

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวถึง “ทฤษฎีสมคบคิดจิตป่วย” ต่อเอไอ พร้อมโจมตีนักทฤษฎีสมคบคิด  คนทรยศ และพวกปล่อยข่าวที่ต่อต้านเทคโนโลยีนี้

  •  ทำไมต้องมีกฎระเบียบ 

ผู้นำสหรัฐยังกล่าวหาแดริโอ อโมเดอี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) แอนโทรปิก ผู้ออกมาเรียกร้องเมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย.) ให้บริษัทเอไอชะลอการพัฒนา

“รัฐบาลทรัมป์หยุดยั้ง ‘คน’ สายเอไอ ไม่ให้ทำเรื่องเลวร้าย หรือส่อเค้าเลวร้าย ‘เรื่อง’ ที่คนอย่างแดริโอ (แอนโทรปิก!) ที่ตอนนี้แสร้งทำเป็น ‘ไร้เดียงสา’” ประธานาธิบดีสหรัฐระบุ

ทรัมป์ ผู้ชูดาตาเซ็นเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจ ตั้งคำถามด้วยว่า ทำไมบริษัทเอไอถึงอยากได้กฎระเบียบที่ “จะนำพาพวกเขาไปสู่ความล่มสลายและล้มละลาย”

ไม่เพียงเท่านั้นทรัมป์ยังฟาดกูเกิล ขอให้คิดใหม่เรื่องแผนการลงทุนเอไอ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในฟินแลนด์ ที่เขาตำหนิว่า “ขออนุญาตยากยิ่งกว่าสหรัฐ”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี วัย 80 ปีจากพรรครีพับลิกันรายนี้กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านที่เพิ่มมากขึ้นจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐ  ชาวอเมริกันส่วนใหญ่คัดค้านศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานมาก เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือน พ.ย. ท่ามกลางความหวาดกลัวที่ทวีความรุนแรงขึ้นว่า เอไออาจทำลายล้างมนุษยชาติได้ด้วยการสร้างเชื้อโรคหรือก่อให้เกิดสงครามนิวเคลียร์

แอนโทรปิกนั้นประสบความสำเร็จอย่างมากกับโมเดลเอไอ Claude แต่ซีอีโอกลับออกมาส่งเสียงเตือน แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากแซม อัลต์แมน ซีอีโอโอเพนเอไอ และอีลอน มัสก์ เจ้าของ xAI อดีตพันธมิตรทรัมป์

ที่ต้องออกมาเตือนเพราะนักพัฒนาของโอเพนเอไอหลายราย ได้เล่าถึงเหตุการณ์น่าตื่นตระหนก เมื่อโมเดลเอไอหลุดออกจากพื้นที่ทดสอบที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย เข้าไปสู่อินเทอร์เน็ต แล้วประสานงานกันเพื่อโจมตีเว็บไซต์สำหรับจัดเก็บโค้ด“Hugging Face”

  •  สมรภูมิหลัก‘จีน-สหรัฐ’

อภิมหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์อย่างทรัมป์ วาดภาพเอไอมานานแล้วว่า สำคัญยิ่งต่อการคงความเหนือกว่าด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และความมั่นคงของสหรัฐต่อจีน

ทรัมป์กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ที่เขาจะได้เปิดทำเนียบขาวต้อนรับในสัปดาห์หน้า “เพิ่งประกาศว่า จีนจะไม่ทำอะไรขัดขวางเอไอหรืออนาคตของมัน”

แต่รัฐบาลปักกิ่งก็กังวลเหมือนกัน หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของจีนเตือนเมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ย.) ว่า เอไอกำลังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยระบุว่ามหาอำนาจต่างชาติอาจใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อบั่นทอนความสงบเรียบร้อยของสังคม

เฉิน อี้ซิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐเขียนบทความว่า ตอนนี้เอไอเป็น "สมรภูมิหลักในการแข่งขันเทคโนโลยีโลก และเป็นเวทีใหม่สำหรับการขับเคี่ยวเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ”

เขาเจาะจงระบุถึง Claude Mythos ของแอนโทรปิก และ ChatGPT-5.5-Cyber ​​ของโอเพนเอไอว่า มีความสามารถในการเจาะระบบขั้นสูง ซึ่งอาจ “ก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สำคัญของจีน”

  •  จีนโต้เสียงเรียกร้องชะลอเอไอ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน  กั๋ว เจี้ยคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงเมื่อวันจันทร์ ตามเวลาท้องถิ่น ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องที่บรรดาซีอีโอคนดังของสหรัฐ  เรียกร้องให้อุตสาหกรรมเอไอชะลอการพัฒนาเพราะเสี่ยงเกิดอันตรายจากความก้าวหน้าที่เร็วเกินไป

 “การสร้างความตื่นตระหนก การเผชิญหน้า และการแข่งขันมีแต่จะส่งผลกระทบในทางลบต่อกระบวนการกำกับดูแลเอไอในระดับโลก” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุ

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวในการประชุมผู้นำบริกส์ช่วงสุดสัปดาห์ ที่กรุงนิวเดลีว่า จีนจะเป็นแกนนำในการส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาเอไอในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

น่าสังเกตว่าการนำโมเดลเอไอของจีนมาใช้งานยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่บริษัทตะวันตก เนื่องจากศักยภาพของเอไอจีนได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

เฮเลน โทเนอร์ กรรมการบริหาร Georgetown Center for Security and Emerging Technology และอดีตกรรมการบอร์ดของโอเพนเอไอ กล่าวในรายการ “Squawk Box” ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเมื่อวันจันทร์

“การประเมินที่ดีที่สุดชี้ว่า โมเดลที่ล้ำสมัยที่สุดของจีนนั้นล้าหลังโมเดลที่ล้ำสมัยที่สุดของสหรัฐอยู่ประมาณ 6 ถึง 9 เดือน”

“ถ้านั่นหมายถึงเรารามือแล้วพวกเขาแซงได้เพราะตามหลังมาติด ๆ นั่นล่ะคือปัญหา” โทเนอร์กล่าว

“เราไม่ทราบแน่ชัดว่าจีนตามหลังสหรัฐมากน้อยเพียงใด หากสหรัฐชะลอการพัฒนาเอไอลง จีนก็อาจชะลอตามไปด้วยเช่นกัน”

  •  ยูเอ็น-คิงชาลส์ก็เป็นห่วง

 ความกังวลของโลกเรื่องที่เอไออาจทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์ขยายวงไปมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แหล่งข่าวนักการทูตฝรั่งเศสรายหนึ่งเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า กังวลถึงขนาดที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเตรียมจัดประชุมว่าด้วยเอไอในสัปดาห์หน้า

โวลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องเมื่อวันจันทร์ให้นานาประเทศและบริษัทเอไอลงมืออย่างเร่งด่วน ควบคุมเทคโนโลยีที่ “สร้างความเสี่ยงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

แม้แต่สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษก็ทรงร่วมวงด้วย แหล่งข่าววงในรายหนึ่งเผยว่า พระองค์จะทรงเป็นเจ้าภาพต้อนรับตัวแทนบริษัทเอไอชั้นนำในสกอตแลนด์ เนื่องจากความกังวลเพิ่มสูงขึ้น 

  • ทรัมป์ย้ำความสำคัญดาต้าเซ็นเตอร์

นอกจากใช้โซเชียลมีเดียเล่นงานความพยายามของซีอีโอแอนโทรปิกแล้ว ทรัมป์ยังเดินหน้าไปอีกขั้นถึงขนาดยกหูโทรหาเจนเซน หวง ซีอีโอเอ็นวิเดีย กลางเวทีเสวนา All-in Summit ที่แคลิฟอร์เนีย บทสนทนาของคนทั้งสองสะท้อนทัศนคติของทรัมป์ได้เป็นอย่างดี

ทรัมป์โทรหาหวงกลางเวทีเสวนาเมื่อวันจันทร์ หวงเปิดลำโพงโทรศัพท์ให้ผู้ร่วมงานได้ยิน

“ผมจะบอกอะไรให้ เรื่องหลอกลวงทั้งนั้น ดาต้าเซ็นเตอร์ยอดเยี่ยมมาก มันทำให้ผู้คนมั่งคั่ง ทำให้รัฐร่ำรวย” ทรัมป์กล่าว 

ทั้งนี้ การคัดค้านดาต้าเซ็นเตอร์และความกังวลเรื่องเอไอถูกรวมเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อผู้คนกังวลกันมากว่าเทคโนโลยีนี้กำลังเข้ามาแย่งงานมนุษย์

แต่ทรัมป์บอกกับหวงว่า ดาต้าเซ็นเตอร์คือ “น้ำมันในอีก 20, 25 ปีข้างหน้า”

ทรัมป์ชื่นชมการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เอไอ ซึ่งติดตั้งหน่วยประมวลผลกราฟิกของเอ็นวิเดียเข้าไปเป็นจำนวนมาก 

แม้ว่าหวงและทรัมป์จะเคยออกงานร่วมกันมาแล้วหลายครั้งในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระสอง แต่การพูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ยิ่งตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองคน รวมถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของเอไอต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายฝ่ายอื่นๆ ต่างเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลเทคโนโลยีดังกล่าว

แต่ทรัมป์กล่าวกับหวง

“ผมพร้อมสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่”

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า การคัดค้านก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ “กำลังเข้าทางคนจำนวนมากที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น” และนั่นอาจจะมาจากจีน ทรัมป์ลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมให้เกิดการคัดค้านดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งหวงก็รับลูกทรัมป์ทุกอย่าง