วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

‘กรุงเทพธุรกิจ’ ร่วมเวที ‘GASTECH 2026’ ถกพลังงานยุคเอไอ เตรียมพร้อมรับดาต้าเซ็นเตอร์

บิ๊กพลังงาน-ดาต้าเซ็นเตอร์โลกสแกนทัพ AI อัดฉีดโครงสร้างพื้นฐาน “ไทย” เสี่ยงวิกฤต LNG จี้รัฐปลดล็อกกฎหมาย ใช้ความเร็วในการอนุมัติโครงการจูงใจการลงทุน ชี้มาเลเซียจ่อขึ้นแท่นผู้นำดาต้าเซ็นเตอร์เอเชีย

การก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ความต้องการ ดาต้าเซ็นเตอร์พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก “กรุงเทพธุรกิจ” โดยไอรดา พิศสุวรรณ เป็นผู้ดำเนินรายการบนเวทีเสวนาหัวข้อ “National Resilient and the Evolving Infrastructure Map” ในงานสัมมนาพลังงานระดับโลก “GASTECH 2026” เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 

โดยมี 3 ผู้นำด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก ได้ร่วมฉายภาพยุทธศาสตร์การปรับตัวของระบบนิเวศพลังงานในยุค AI พร้อมส่งสัญญาณเตือนถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมถึงประเทศไทย ให้เร่งปรับตัวรองรับการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์

‘กรุงเทพธุรกิจ’ ร่วมเวที ‘GASTECH 2026’ ถกพลังงานยุคเอไอ เตรียมพร้อมรับดาต้าเซ็นเตอร์

มองข้ามช็อต สร้างระบบนิเวศรับ AI

ฮัสซัน อัลนัคบี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Khazna Data Centers เปิดเผยว่า ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) นิยามของ ความยืดหยุ่น (Resilience) ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เสถียรภาพภายในตัวอาคารหรือระบบของดาต้าเซ็นเตอร์แบบเดี่ยวๆ อีกต่อไป แต่นิยามของ Resilience ต้องมองเป็น “ระบบนิเวศระดับชาติ” ซึ่งรวมถึงการผลิตไฟฟ้า ระบบสายส่งและกระจายไฟฟ้า ห่วงโซ่อุปทาน กฎระเบียบด้านข้อมูล การเชื่อมต่อ การสำรองที่ดิน ตลอดจนการบริหารจัดการ บุคลากร และธรรมาภิบาล

อัลนัคบี เน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานนี้ต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ โดยยกตัวอย่างการพัฒนา US-UAE AI Campus ขนาด 5 กิกะวัตต์ ในอาบูดาบี ที่เกิดจากการผนึกกำลังเป็นระบบนิเวศเดียวระหว่างภาครัฐ ภาคพลังงาน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม

‘กรุงเทพธุรกิจ’ ร่วมเวที ‘GASTECH 2026’ ถกพลังงานยุคเอไอ เตรียมพร้อมรับดาต้าเซ็นเตอร์

นอกจากนี้ อัลนัคบี ยังได้ชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ว่า แม้ผู้ประกอบการจะจองกำลังไฟฟ้าไว้ล่วงหน้า เช่น 100 เมกะวัตต์ แต่ไม่ได้ดึงไฟฟ้าไปใช้เต็มกำลังในทันที โดยการปรับเพิ่มการใช้ไฟ จะใช้เวลาประมาณ 3–4 ปี จึงไม่ได้สร้างผลกระทบช็อคต่อโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติในทันทีอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

“ดาต้าเซ็นเตอร์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ต่างจากระบบโครงข่ายถนน เพราะหากประชากรในประเทศยังคงใช้สมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีใหม่ๆ ความต้องการด้านประมวลผลก็ย่อมเพิ่มขึ้นตาม” อัลนัคบี กล่าว

โดยการบริหารจัดการที่ดีจากวิสัยทัศน์ของผู้นำระดับประเทศจะช่วยให้ระบบนิเวศทั้งการผลิต การส่งจ่ายไฟฟ้า และสายส่ง ทำงานร่วมกันได้อย่างยืดหยุ่น

เตือนไทยตามหลังมาเลเซีย

ฟร้องค์ คองสตอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Constant Energy เปิดเผยถึงภาพรวมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในเอเชียช่วง 5 ปีข้างหน้าว่า “ประเทศมาเลเซีย” คือจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มากที่สุดในภูมิภาค โดยมีปริมาณการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์สูงใกล้เคียงกับประเทศใหญ่อย่างอินเดียและญี่ปุ่น 

โดยมาเลเซียมีปัจจัยหลายด้านที่ช่วยสนับสนุน อาทิ ระบบไฟฟ้าและเชื้อเพลิงที่มั่นคง ทรัพยากรน้ำที่สมบูรณ์ นโยบายภาครัฐที่เอื้ออำนวย และการเปิดทางให้พลังงานสะอาด ซึ่งมีราคาถูกกว่าพลังงานก๊าซเข้ามาในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ยังคงตามหลังมาเลเซีย แม้ไทยจะมีการพูดถึงการลงทุนจำนวนมาก แต่มูลค่าการลงทุนจริงยังล่าช้ากว่า ขณะที่เวียดนามกำลังเร่งเครื่องอย่างรวดเร็วผ่านนโยบายการส่งผ่านไฟฟ้า” คองสตอง กล่าว

‘กรุงเทพธุรกิจ’ ร่วมเวที ‘GASTECH 2026’ ถกพลังงานยุคเอไอ เตรียมพร้อมรับดาต้าเซ็นเตอร์

เสี่ยงวิกฤติ LNG จี้เร่งพลังงานสะอาด

นอกจากนี้ ยังส่งสัญญาณเตือนอย่างหนักถึงความเสี่ยงด้านพลังงานของไทย จากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและการปิดล้อมเส้นทางเดินเรือทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซกดดันให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติสูงถึง 70% และราคาก๊าซปรับตัวสูงขึ้นเท่าตัวในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคา LNG มากที่สุดในเอเชีย

คองสตอง เสนอแนะให้รัฐบาลไทยเร่งกระจายความเสี่ยงพอร์ตพลังงาน โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าภาคธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ยินดีจ่ายค่าธรรมเนียมพิเศษ (Premium Tariff) เพื่อแลกกับความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้า (Security of Supply)

ดาต้าเซ็นเตอร์หนุน PPA ระยะยาว

โอซามา บาเคต รองประธานอาวุโสฝ่ายพลังงาน Damac Digital นำเสนอมุมมองด้านพลังงานว่า ผู้บริหารระบบไฟฟ้าและผู้ใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องหารือร่วมกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early Stage) โดยยืนยันว่าดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้เป็นผู้ร้ายของระบบสายส่งไฟฟ้า แต่คือพันธมิตรที่นำเงินลงทุนมหาศาลมาสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดแห่งใหม่ผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้กับภาครัฐตั้งแต่แรกเริ่ม

บาเคต กล่าวว่า ข้อดีสำคัญของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์คือการสร้างการลงทุนที่ยั่งยืน โดยผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้เข้ามาเพื่อดึงไฟฟ้าออกจากระบบเดิมที่มีอยู่ แต่พร้อมลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) เพื่อร่วมลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าแห่งใหม่ ซึ่งการมีผู้ซื้อไฟฟ้าที่แน่นอนตั้งแต่วันแรก ช่วยลดความเสี่ยงด้านงบประมาณของภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานได้อย่างมหาศาล

"ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้เป็นผู้ร้ายของระบบสายส่งไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว คือพันธมิตรของโครงข่ายข้อมูล” บาเคตกล่าว

‘กรุงเทพธุรกิจ’ ร่วมเวที ‘GASTECH 2026’ ถกพลังงานยุคเอไอ เตรียมพร้อมรับดาต้าเซ็นเตอร์

สำหรับประเทศไทย บาเคตเสนอแนะว่า หากประเทศมีต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รัฐบาลสามารถใช้กลยุทธ์ยื่นข้อเสนอเรื่องเวลาแทนราคา ด้วยการเร่งรัดกระบวนการอนุมัติ ใบอนุญาต และการจัดหาที่ดินที่มีระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งาน เนื่องจากผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์สามารถแบกรับต้นทุนพลังงานได้ แต่ไม่สามารถแบกรับความล่าช้าของเวลาได้ เนื่องจากการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นเร็วมาก

แนะจัด AI Zone

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ไทยพิจารณากำหนดเขตพื้นที่เฉพาะ เช่น AI Zone หรือ Data Center Zone เช่นเดียวกับในสหราชอาณาจักรหรือฟินแลนด์ เพื่อกระจายโครงสร้างพื้นฐานไปยังจุดที่ระบบสายส่งไฟฟ้าต้องการสร้างสมดุล ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยกระตุ้นห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

‘กรุงเทพธุรกิจ’ ร่วมเวที ‘GASTECH 2026’ ถกพลังงานยุคเอไอ เตรียมพร้อมรับดาต้าเซ็นเตอร์ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ร่วมเวที ‘GASTECH 2026’ ถกพลังงานยุคเอไอ เตรียมพร้อมรับดาต้าเซ็นเตอร์