วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

เปิด Gastech 2026 'เอกนัฏ' ดันไทยฮับพลังงาน เร่ง LNG-สัมปทานปิโตรเลียม

“เอกนัฏ” ชูไทยศูนย์กลางพลังงานอาเซียน ดัน “Bangkok Dialogue” ร่วมหาทางออกพลังงานโลกในงาน Gastech 2026 ดึงผู้นำพลังงานทั่วโลกกว่า 50,000 คนร่วมถกวาระเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างมั่นคงยืดหยุ่น

KEY POINTS

  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เป็นประธานเปิดงาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นการกลับมาจัดที่ประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 18 ปี โดยมีผู้นำและผู้บริหารในอุตสาหกรรมพลังงานจาก 150 ประเทศเข้าร่วมกว่า 50,000 คน
  • ประกาศความพร้อมของไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชูจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง ฐานอุตสาหกรรม บริษัทพลังงานชั้นนำ และบุคลากร
  • ผลักดันนโยบายสำคัญเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางพลังงาน เช่น การเปิดแปลงสำรวจปิโตรเลียมรอบที่ 26, การขยายขีดความสามารถรองรับ LNG, และการพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เพื่อเป็นผู้นำในภูมิภาค
  • ริเริ่มเวที “Bangkok Dialogue” เพื่อเป็นพื้นที่หารือใหม่ในการสร้างความร่วมมือด้านพลังงาน และย้ำว่าไทยเป็นพันธมิตรสำคัญสำหรับความร่วมมือด้านพลังงานในอนาคต

วันนี้ (14 ก.ย. 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวต้อนรับผู้นำระดับโลกและผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมพลังงาน ในพิธีเปิดงาน Gastech 2026 ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ว่า การนำหนึ่งในเวทีพลังงานที่มีอิทธิพลมากที่สุดของโลกกลับมาจัดที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008  ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานและความมั่นคงทางพลังงานที่เป็นวาระสำคัญร่วมกันของทุกประเทศทั่วโลก  

นายเอกนัฏ ระบุว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง ฐานการผลิตอุตสาหกรรมขั้นสูง บริษัทพลังงานชั้นนำ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ โดยยืนยันว่า ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่ระบุว่าความต้องการก๊าซธรรมชาติทั่วโลกยังคงสูงถึงประมาณ 4,800 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และจะยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่องในทศวรรษข้างหน้า  

ทั้งนี้ เพื่อรองรับแนวโน้มดังกล่าว ประเทศไทยได้เปิดโอกาสการลงทุนแก่พันธมิตรนานาชาติ ผ่านการเปิดแปลงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 บนพื้นที่ศักยภาพสูงในทะเลมากกว่า 60,200 ตารางกิโลเมตร พร้อมทั้งเร่งขยายขีดความสามารถการรองรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากเดิม 19 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเป็น 27 ล้านตัน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่นวัตกรรมจัดหา การจัดซื้อร่วม ไปจนถึงการร่วมลงทุน 

นายเอกนัฏ กล่าวย้ำถึงเป้าหมายความยั่งยืนและการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ว่า ต้องอาศัยทั้งพลังงานหมุนเวียน พลังงานไฟฟ้า ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ โดยประเทศไทยได้กำหนดให้ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เป็นเส้นทางสำคัญสู่เป้าหมายในปี 2050 ซึ่งมีโครงการนำร่องที่บรรลุการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) แล้ว  

ทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนา CCS รายแรกๆ ในภูมิภาค พร้อมเดินหน้าพัฒนา Eastern Hub เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐาน CCS ส่วนรวมรองรับภาคอุตสาหกรรมในอนาคต

"การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส" นายเอกนัฏ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ไทยริเริ่ม “Bangkok Dialogue” เป็นพื้นที่หารือใหม่ เพื่อร่วมกันทำให้อนาคตพลังงานมีความมั่นคง ยืดหยุ่น ราคาเข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน โดยไทยมีทำเลยุทธศาสตร์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประตูเชื่อมตลาดภูมิภาค มีฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บริษัทพลังงาน และบุคลากรด้านพลังงานที่เข้มแข็ง จึงไม่ใช่แค่สถานที่จัดงาน แต่เป็นพันธมิตรสำคัญของความร่วมมือพลังงานรุ่นต่อไป

สำหรับเวทีประชุมและนิทรรศการพลังงานขนาดใหญ่ Gastech 2026 มีรัฐมนตรีพลังงานจาก 15 ประเทศ ผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ 5 องค์กร ผู้บริหารและวิทยากรกว่า 1,000 ราย ผู้เข้าร่วม 50,000 คน จาก 150 ประเทศ และบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 บริษัท