วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

Gastech 2026 เปิดเวทีพลังงาน รับแรงหนุน AI ดันก๊าซธรรมชาติเหลวในเอเชียพุ่ง

AI–Data Center เร่งดีมานด์ไฟฟ้า 24 ชั่วโมง ดัน LNG กลับมามีบทบาทในอาเซียน ไทย–สิงคโปร์–มาเลเซียจ่อเพิ่มนำเข้า หลังผลิตก๊าซในประเทศลด คาดความต้องการ LNG พุ่ง 16% ถึงปี 2035 จับตาโจทย์พลังงานบนเวที Gastech 2026 กรุงเทพฯ

KEY POINTS

  • AI และ Data Center กำลังเร่งความต้องการ LNG ในอาเซียน จากโจทย์ไฟฟ้าที่ต้องเสถียรและพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
  • ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซียอาจต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับดีมานด์ไฟฟ้า ขณะที่การผลิตก๊าซในประเทศเริ่มลดลง
  • ความต้องการ LNG ในอาเซียนคาดเพิ่ม 16% ถึงปี 2035 สะท้อนบทบาทก๊าซที่ยังสำคัญในยุค AI และเป็นโจทย์จับตาบนเวที Gastech 2026 กรุงเทพฯ

AI กำลังดันความต้องการไฟฟ้าครั้งใหม่ และกำลังทำให้ “ก๊าซ” ยังมีที่ยืนในสมการพลังงานอาเซียน เมื่อ Data Center ต้องเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง ความมั่นคงของไฟฟ้าจึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ ขณะที่หลายประเทศกำลังเผชิญทั้งกำลังผลิตก๊าซในประเทศที่ลดลง LNG จึงเข้ามาเติมช่องว่างของระบบพลังงานอีกครั้ง นี่คือหนึ่งในสมการสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วง Gastech 2026 วันที่ 14–17 กันยายน ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

ก๊าซยังมีบทบาทสำคัญในอาเซียน

รายงานเชิงวิเคราะห์ล่าสุดของบริษัท Wood Mackenzie เปิดเผยว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขยายตัว Data Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจทำให้ความต้องการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ต่อปีเพิ่มขึ้น 16% ถึงปี 2035 เพราะจ่ายไฟฟ้าได้เสถียรตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

รายงานระบุว่า “สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และอินโดนีเซีย” ต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเพราะความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center สูงขึ้น ขณะที่การผลิตก๊าซภายในประเทศลดลง

ส่วนอินเดียที่เป็นเขตเศรษฐกิจใหญ่ในเอเชีย เป็นข้อยกเว้นสำคัญ โดยคาดว่าพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่มีต้นทุนต่ำกว่าจะรองรับการเติบโตของ Data Center แทน LNG

Gastech 2026 เปิดเวทีพลังงาน รับแรงหนุน AI ดันก๊าซธรรมชาติเหลวในเอเชียพุ่ง

รายงานระบุว่า กระแส AI และการขยายตัวของ Data Center ในเอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความต้องการ LNG ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง 

ขณะที่ระบบพลังงานหมุนเวียนควบคู่แบตเตอรี่ในภูมิภาคไม่พัฒนาเต็มที่ทำให้โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซแบบพลังความร้อนร่วม (CCGT) ยังเป็นทางเลือกน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ (Hyperscalers) 

จากความต้องการก๊าซที่สูงขึ้น ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ Data Center ขยายตัวเร็ว ได้แก่ “สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย” ต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นถึงปี 2035 เนื่องจากการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศผ่านจุดสูงสุดแล้ว

โอกาสของ LNG จาก Data Center

Wood Mackenzie ระบุในรายงานฉบับใหม่ว่า การขยายตัวของ Data Center อาจทำให้ความต้องการ LNG ต่อปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น 16% จนถึงปี 2035

ภายในปี 2035 โครงการ Data Center ตามแผนพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเพิ่มมากกว่า 3 เท่า เป็น 9.4 กิกะวัตต์ (GW) จากปัจจุบัน 2.8 GW ทำให้ความต้องการไฟฟ้าจากกลุ่ม Hyperscalers เพิ่มจาก 17 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปัจจุบันเป็น 57 TWh

เมื่อพิจารณาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ระดับโครงข่ายไฟฟ้า มีแนวโน้มไม่พร้อมเชิงพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปถึงกลางทศวรรษหน้า กังหันก๊าซจึงเป็นทางเลือกเหมาะสุดสำหรับ Data Center ที่ต้องการไฟฟ้าที่น่าเชื่อถือตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

“สิ่งที่ทำให้ความต้องการจาก Data Center น่าสนใจในมุม LNG คือสถานะคู่สัญญา ผู้ซื้อเหล่านี้เป็นรายใหญ่น่าเชื่อถือทางเครดิต และต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพไม่ว่าวัฏจักรเศรษฐกิจเป็นอย่างไร” ฟัดลุลลาห์ โอมาราลี นักวิเคราะห์ของ Wood Mackenzie กล่าว

จับตาอาเซียนพึ่งพาก๊าซมากขึ้น

ใน “สิงคโปร์” แม้ระบบไฟฟ้าพึ่งพาก๊าซถึง 95% การพึ่ง LNG อาจเพิ่มเป็น 100% ภายในปี 2035 เพราะการนำเข้าก๊าซผ่านท่อจากอินโดนีเซียและมาเลเซียจะยุติต้นทศวรรษ 2030

สำหรับ “ไทย” การผลิตก๊าซลดลงและการนำเข้าก๊าซผ่านท่อจากเมียนมาลดลงจะทำให้พึ่ง LNG ในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน 2 ใน 3 ของการผลิตไฟฟ้าใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง เมื่อการนำเข้าก๊าซจากเมียนมาลดลงและผลิตก๊าซอ่าวไทยลดลง สัดส่วน LNG ในอุปทานก๊าซของไทยอาจสูงกว่า 50% ภายในปี 2035

ส่วน “มาเลเซีย” ที่พัฒนากำลังการผลิตสำหรับ Data Center ขนาด 3.9 GW และกำลังสร้างสถานีรับและแปรสภาพ LNG แห่งใหม่เพื่อนำเข้าสำหรับรองรับความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม โอมาราลีระบุว่า การลงทุน Data Center ในมาเลเซียและไทย “เติบโตรวดเร็วในจังหวะเดียวกับที่การผลิตก๊าซภายในประเทศแตะจุดสูงสุดและเริ่มลดลง”

ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและอุปทานก๊าซในประเทศที่ลดลงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสร้างโอกาสการเติบโตให้ผู้ขายและผู้ค้า LNG ช่วงทศวรรษข้างหน้า

ความต้องการก๊าซที่เพิ่มมากในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ดีมานด์ LNG ทั่วโลกเพิ่ม 65% ภายในปี 2050 เมื่อเทียบปี 2025 แม้การเติบโตปีนี้ชะงักเพราะวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ โดย Shell ผู้ค้า LNG ใหญ่สุดของโลกระบุในรายงาน LNG Outlook 2026 ที่เผยแพร่ต้นปีชี้ความต้องการ LNG ทั่วโลกเพิ่มเป็นเกือบ 700 ล้านตันต่อปีภายในปี 2050 เพิ่มขึ้น 65% จากระดับ 422 ล้านตันในปี 2025

ข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้า

รายงาน Bain & Company และ Standard Chartered พบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามหลังความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และอาจทำให้การขยายตัวภาคไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล่าช้า

Data Center รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสีเขียวทำให้ความต้องการไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มอีก 100 TWh ภายในสิ้นทศวรรษนี้ แต่อาจเจอปัญหาความต้องการเพิ่มเร็วเนื่องจากโครงข่ายไฟฟ้าสร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในอดีต 

สำหรับกำลังส่งไฟฟ้าจำกัดและความล่าช้าเชื่อมระบบไฟฟ้าเป็นข้อจำกัดลงทุน Data Center ตามผลสำรวจผู้ประกอบการ Data Center และ Hyperscaler ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Bain เดือน ก.พ.ปีนี้

จากเงินลงทุนสีเขียว 540,000 ล้านดอลลาร์ ที่ประกาศในห่วงโซ่มูลค่าธุรกิจไฟฟ้าและ EV ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปัจจุบันจนถึงปี 2030 มีประมาณ 315,000 ล้านดอลลาร์ ที่มีแนวโน้มจะเกิดการลงทุนจริงภายใต้เงื่อนไขในปัจจุบัน รายงานระบุ