วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

‘ไทย-เอเชีย’ อ่วม ต้นทุน LNG พุ่ง 2 เท่า กว่า 7 พันล้านดอลลาร์

พิษสงครามดันบิลค่าก๊าซพุ่ง 7.4 พันล้านดอลลาร์ บีบตลาดเอเชียรวมถึงไทยทบทวนแผนพึ่งพา LNG หลังต้นทุนพุ่งเท่าตัว พร้อมเร่งเบนเข็มหาพลังงานหมุนเวียนเพื่อความมั่นคงระยะยาว

KEY POINTS

  • ชาติเอเชียจ่ายค่าก๊าซ Spot สูงถึง 7.4 พันล้านดอลลาร์ หลังสงครามทำก๊าซกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซสะดุด
  • วิกฤติราคาแพงกระทบภาพลักษณ์ LNG ทำโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซ 47 แห่งมูลค่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ต้องชะงัก
  • หลายชาติต้องเบนเข็มสู่พลังงานหมุนเวียนและถ่านหิน ขณะที่ไทยตั้งเป้าใช้พลังงานสะอาดแตะ 65% ภายในปี 2050

บลูมเบิร์กรายงานว่าสงครามอิหร่านส่งผลให้อุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ “LNG” ของโลกลดหายไปถึง 1 ใน 5 ประมาณ 20% ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานของตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้หลายประเทศต้องทบทวนทิศทางและอนาคตระยะยาวของการพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดนี้ใหม่อีกครั้ง

ต้นทุนพลังงานพุ่ง 2 เท่า 

นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง กลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียโดบไม่รวมจีนได้แก่ อินเดีย, ปากีสถาน, บังกลาเทศ, ไทย และเวียดนาม ต้องจ่ายเงินซื้อก๊าซ LNG ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าใน Spot Market รวมกันแล้วสูงถึง 7,400 ล้านดอลลาร์ 

‘ไทย-เอเชีย’ อ่วม ต้นทุน LNG พุ่ง 2 เท่า กว่า 7 พันล้านดอลลาร์ จากการวิเคราะห์การประมูลซื้อขายของ Bloomberg News พบว่า หากเป็นช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าภายใต้สัญญาซื้อขายระยะยาว ก๊าซในปริมาณที่เท่ากันนี้มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 3,100 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่านี้กำลังทำให้ภาพของ LNG ในฐานะแหล่งพลังงานที่มีเสถียรภาพและพึ่งพาได้

การขนส่งก๊าซ LNG จากประเทศกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ.ส่งผลให้ผู้ซื้อในเอเชียถูกตัดขาดจากก๊าซตามสัญญาที่จะนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม จนจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาตลาด Spot ซึ่งราคาพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2022 

ปัญหาวิกฤติในปัจจุบันคือ หลายประเทศยังมีความจำเป็นต้องใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าในทันที เนื่องจากไม่สามารถเปลี่ยน “โครงสร้างพลังงาน” ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาไฟฟ้าดับ 

แต่ในระยะยาว หลายประเทศเริ่มมองหาหนทางลดการพึ่งพา LNG โดยหันไปพิจารณาพลังงานทางเลือกอื่น เช่น พลังงานหมุนเวียน จากแสงอาทิตย์และลม, ถ่านหิน, พลังงานนิวเคลียร์ รวมทั้งการผลิตก๊าซภายในประเทศหรือการรับก๊าซผ่านท่อส่ง

Fabian Kor รองประธานบริหารฝ่ายภูมิภาคเอเชียของ SEFE Marketing & Trading Ltd. บริษัทผู้ซื้อ LNG สัญชาติเยอรมันให้ความเห็นในงานประชุมที่สิงคโปร์ว่า หากราคา LNG ยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ ก๊าซ LNG จะประสบปัญหาในการแข่งขันกับเชื้อเพลิงทางเลือกชนิดอื่นอย่างแน่นอน

ทิศทางพลังงาน ’ไทย‘

สำหรับ “ประเทศไทย” ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech ในปีนี้ เพิ่งประกาศแผนพลังงานระยะยาวฉบับใหม่ โดยตั้งเป้าหมายผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้ไม่ต่ำกว่า 65% ภายในปี 2050 ซึ่งแผนการปรับเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดดังกล่าว จะส่งผลให้การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติลดลงบางส่วน

เอเชียมุ่งพลังงานแสงอาทิตย์ หวนคืนสู่ ‘ถ่านหิน’

พลังงานแสงอาทิตย์ กำลังกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากต้นทุนแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานปรับลดลงมากกว่า 30% ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

 Akshay Modi นักวิเคราะห์จาก BloombergNEF (BNEF) ระบุว่า ปากีสถานมีแนวโน้มจะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์และพลังน้ำมากขึ้นหลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ 

ขณะที่บังกลาเทศ ซึ่งสูญเงินไปกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์เพื่อจัดหาก๊าซทดแทนกาตาร์ ได้เริ่มออกมาตรการจูงใจให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

สำหรับเวียดนามและฟิลิปปินส์ Modi ระบุว่าอาจจำเป็นต้องหันกลับไปพึ่งพาถ่านหิน โดยข้อมูลจาก ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่า การใช้ถ่านหินในปีนี้จะพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากแรงกดดันจากราคาก๊าซที่แพง และปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงที่ทำให้ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศพุ่งสูงขึ้น

มั่นคงพลังงานเปลี่ยนทิศ ทบทวนเป้าลงทุน LNG 

สถานการณ์นี้กำลังสั่นคลอนเม็ดเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรม LNG ซึ่งจนถึงปีนี้เคยถูกมองว่าเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เติบโตเร็วที่สุด และเป็น "พลังงานเชื่อมต่อ" จากถ่านหินไปสู่พลังงานหมุนเวียน 

ผลกระทบจากราคาก๊าซที่แพงต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติถึง 47 โครงการ มูลค่ารวม 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในประเทศอย่างฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม ต้องถูกยกเลิก ถอนตัว หรือไม่มีความคืบหน้าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตามข้อมูลของ สถาบัน Institute for Energy Economics and Financial Analysis (IEEFA)

ก่อนหน้านี้ในเดือนส.ค.บริษัท Shell Plc ได้ออกรายงานคาดการณ์ว่าความต้องการ LNG ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 65% ภายในปี 2050 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเด็นที่ว่าเป้าหมายนี้ยังเป็นไปได้จริงหรือไม่ จะถูกนำเข้าสู่การหารือในงานประชุม Gastech ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ในระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2026

Sam Reynolds หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้าน LNG และก๊าซประจำภูมิภาคเอเชียของ IEEFA กล่าวสรุปว่าหากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน การคาดการณ์ของอุตสาหกรรมต่างชี้ว่า การผลิตไฟฟ้าด้วย LNG จะเป็นแหล่งเติบโตหลักของความต้องการพลังงาน 

“แต่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งแรก คือช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างยิ่ง และเมื่อเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งที่สอง ในสมรภูมิสหรัฐ-อิหร่านนั้น ได้กลายเป็นรูปแบบซ้ำเดิม ซึ่งสิ่งนี้เป็นความจริงพื้นฐานที่กลุ่มประเทศในเอเชียเริ่มตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้ว"