วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

'มหาเศรษฐกิจเอเชีย' เคลื่อนย้ายทุน สะสมความมั่งคั่ง ซบสิงคโปร์-มาเลเซีย

ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนโลกการเงิน เหล่ามหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งในเอเชียเริ่มเห็นการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุน เพื่อรักษาความมั่งคั่งส่งต่อรุ่นสู่รุ่น

อัลวิน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Maybank Singapore ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีถึงทิศทางการลงทุนของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (Ultra-high-net-worth) ในเอเชียว่า ปัจจุบันนักลงทุนกลุ่มนี้กำลังปรับพอร์ตและให้ความสนใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ มากขึ้น 

ขณะเดียวกันก็พบกระแสการเคลื่อนย้ายทองคำจากเมืองดูไบเข้าสู่สิงคโปร์ รวมถึงการไหลทะลักของเม็ดเงินจากเศรษฐีชาวจีนที่เข้าไปลงทุนในประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง

"กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงมักมองหาเครื่องมือทางการเงิน ควบคู่ไปกับการถือครองสินทรัพย์ที่จับต้องได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์และโลหะมีค่า โดยเฉพาะทิศทางราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ถือเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่าทองคำคือแหล่งรักษามูลค่าที่แข็งแกร่ง และยังคงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนได้" ลี กล่าว

แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงต้นปี แต่ระดับราคาที่ประมาณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังถือว่าเป็นฐานสูงมากเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งแตะ 4,900 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากแรงซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก

นอกจากการสะสมโลหะมีค่าแล้ว มหาเศรษฐีเอเชียยังเปิดรับแนวคิดการลงทุนรูปแบบใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเวลาที่ครอบครัวเศรษฐีกำลังส่งผ่านความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น

“เราเห็นกลุ่มคนรวยเปิดรับสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี โดยความสนใจเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนจากกลุ่มนักลงทุนทายาทรุ่นใหม่เป็นหลัก" นายลี ระบุ

สิงคโปร์หลุมหลบภัย ดึงเงินทุนตะวันออกกลาง

นายลี ประเมินว่า สิงคโปร์จะยังคงรักษาจุดแข็งในการดึงดูดความมั่งคั่งจากต่างประเทศไว้ได้ โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ปัจจัยนี้ส่งผลให้เม็ดเงินจำนวนมากที่เคยไหลออกจากสิงคโปร์ไปยังดูไบ เริ่มทยอยไหลกลับเข้ามา นอกจากนี้ ยังพบสถิติการขนส่งทองคำแท่งจากดูไบมายังสิงคโปร์ในปริมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์อีกด้วย

ตามสถิติแล้ว สิงคโปร์มักจะได้รับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมเสมอ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในระดับภูมิภาคหรือระดับโลก

"ด้วยสถานะการเป็นหลุมหลบภัยทางการเงิน (Safe Haven) ประกอบกับการมีกฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพ และมีโครงสร้างภาษีที่เอื้อต่อการลงทุน ทำให้สิงคโปร์มีความโดดเด่นและได้เปรียบอย่างมาก"

ทุนจีนแห่กว้านซื้ออสังหาฯ มาเลเซีย

นายลี กล่าวเสริมถึงความเคลื่อนไหวของนักลงทุนชาวจีนว่า ปัจจุบันเศรษฐีชาวจีนเปิดกว้างมากขึ้นในการเข้าไปลงทุนในมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นการย้ายฐานธุรกิจ หรือแม้แต่การย้ายครอบครัวไปอยู่อาศัย โดยปัจจัยหลักคือมูลค่าสินทรัพย์ในมาเลเซียที่ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสิงคโปร์

ข้อมูลอ้างอิงจากรายงาน Hurun Global Rich List ที่เผยแพร่เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ประเทศจีนมีจำนวนมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์มากที่สุดในโลกถึง 1,110 คน แซงหน้าสหรัฐที่มีจำนวน 1,000 คน

"เราเห็นชาวจีนกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซียเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยเองและเพื่อดำเนินธุรกิจ โดยมีกรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นหนึ่งในพื้นที่หลักที่ได้รับอานิสงส์ รวมถึงเมืองมะละกาและปีนัง ที่ยังคงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนชาวจีนได้อย่างต่อเนื่อง" นายลี กล่าว