'เจฟฟ์ เบโซส' ผู้ก่อตั้ง Amazon จับมือกลุ่มมหาเศรษฐี จ่อทุ่มทุนซื้อหุ้น 'ลิเวอร์พูล' มากกว่า 30% ดีลอาจตีมูลค่าสโมสรสูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนกระแสเงินทุนมหาศาลที่กำลังไหลเข้าสู่วงการฟุตบอลระดับโลก
“เจฟฟ์ เบโซส” (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon และหนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก กำลังร่วมกับกลุ่มนักลงทุนมหาเศรษฐี เดินหน้าเข้าใกล้ข้อตกลงครั้งใหญ่ เพื่อเข้าซื้อหุ้นประมาณหนึ่งในสามของ “สโมสรลิเวอร์พูล” ซึ่งหากดีลสำเร็จ จะนำมหาเศรษฐีระดับโลกหลายรายเข้ามาเป็นเจ้าของร่วมของหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ
สำนักข่าว Sky News รายงานว่า Fenway Sports Group (FSG) กลุ่มทุนเจ้าของลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ปี 2010 กำลังเตรียมประกาศข้อตกลงดังกล่าวอย่างเร็วภายในสัปดาห์นี้ แม้แหล่งข่าวเตือนว่า กำหนดการอาจเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้าได้
กลุ่มนักลงทุนดังกล่าวนำโดย อามิต บาเทีย บุตรเขยของลักษมี มิตตัล มหาเศรษฐีอุตสาหกรรมเหล็ก และอดีตผู้ถือหุ้นของสโมสรควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส หรือ QPR
นอกจากเบโซสแล้ว กลุ่มทุนนี้ยังมี เอดูอาร์โด ซาเวริน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook เข้าร่วมลงทุนด้วย
หากข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์ ลิเวอร์พูลจะมีมหาเศรษฐีระดับโลก เข้ามาร่วมถือหุ้นในสโมสร โดยเฉพาะเบโซส ซึ่ง Forbes ประเมินว่ามีทรัพย์สินมากกว่า 2.8 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ ซาเวริน มีทรัพย์สินมากกว่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ขนาดของดีลอาจใหญ่กว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้เล็กน้อย โดยกลุ่มทุนอาจเข้าซื้อหุ้นมากกว่า 30% ของสโมสร
รายงานระบุว่า การลงทุนครั้งนี้จะตีมูลค่าลิเวอร์พูลไว้ที่ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้ดีลดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงที่สุดครั้งหนึ่งในวงการฟุตบอล และตอกย้ำให้เห็นว่า สโมสรฟุตบอลชั้นนำกำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นจากบรรดามหาเศรษฐี และนักลงทุนรายใหญ่ทั่วโลก
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดจากดีลนี้คือ การปรากฏตัวของเจฟฟ์ เบโซสในฐานะนักลงทุนในวงการฟุตบอล
ที่ผ่านมา เบโซสไม่ได้มีชื่อเชื่อมโยงอย่างจริงจังกับการซื้อสโมสรฟุตบอลรายใหญ่ แต่การตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มทุนที่ต้องการถือหุ้นลิเวอร์พูล สะท้อนแนวโน้มที่มหาเศรษฐี และนักลงทุนสถาบันกำลังมองทีมกีฬาชั้นนำในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุนประเภทหนึ่งมากขึ้น
เงินทุนจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่วงการกีฬาต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรป ตลอดจนทีมกีฬาในลีกขนาดใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากรายได้ด้านลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ การแข่งขัน และฐานแฟนบอลทั่วโลก
ขณะที่ซาเวริน วัย 44 ปี มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับดีลซื้อกิจการสโมสรฟุตบอลอังกฤษมาก่อน โดยเขาเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มทุนที่ยื่นข้อเสนอซื้อ “เชลซี” เมื่อปี 2022 หลังสโมสรถูกนำออกขายภายหลังรัสเซียบุกยูเครน แต่ข้อเสนอของกลุ่มดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ
การที่บุคคลระดับเจฟฟ์ เบโซส เตรียมเข้ามาถือหุ้นในลิเวอร์พูล ไม่ใช่เพียงความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของสโมสรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนภาพที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “สโมสรฟุตบอลระดับโลก” กำลังกลายเป็นสินทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ดึงดูดมหาเศรษฐีจากทั่วโลก
อ้างอิง: sky
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



