วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

BYD ตั้งเป้าใหม่ต่างประเทศ '2.5 ล้านคัน' สงครามราคาในจีนบีบหนีตลาดนอก

'บีวายดี' ประกาศเป้าหมายเชิงรุกปี 2027 เล็งยอดขาย 2.5 ล้านคันในต่างประเทศ หลังสงครามราคาในจีนบีบกำไรในบ้าน

ค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เบอร์ 1 จากจีน "บีวายดี" (BYD) ประกาศเป้าหมายเชิงรุกที่จะขายรถยนต์ในต่างประเทศให้ได้ "มากกว่า 2.5 ล้านคัน" ในปี 2027 โดยเร่งขยายตลาดนอกประเทศจีน หลังจากสงครามราคาอันดุเดือดในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้กดดันความสามารถในการทำกำไรลง

BYD ยังปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายในต่างประเทศสำหรับปี 2026 นี้เป็น "1.9-2 ล้านคัน" จากเป้าหมายเดิมที่ 1.5 ล้านคัน ตามรายงานของ Deutsche Bank Research ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากการประชุมนักลงทุนเมื่อวันจันทร์ 

อย่างไรก็ดี ตัวแทนของ BYD ยังไม่ได้ตอบกลับการขอความเห็นเกี่ยวกับเป้าหมายดังกล่าว

บลูมเบิร์กระบุว่า การส่งออกไปต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่เพียงประมาณ 45,000 คันในปี 2022 เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัวในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของจีนกำลัง "ต่อยอดสถานะผู้นำในตลาดภายในประเทศไปสู่ตลาดโลก" โดยบริษัทกำลังเดินหน้ารุกตลาดยุโรป ลาตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลียอย่างเต็มที่ ด้วยรถยนต์อีวีที่มีเทคโนโลยีทันสมัยในราคาที่เข้าถึงได้

ยอดขายของ BYD เพิ่มขึ้น 18% ในเดือนที่แล้ว ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคิดเป็น 43% ของยอดการส่งมอบรถทั้งหมด

ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 นี้ รายได้จากตลาดต่างประเทศยัง "แซงหน้า" รายได้จากตลาดจีนเป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยหยุดสถานการณ์ที่กำไรของบริษัทตกต่ำต่อเนื่องยาวนานที่สุดครั้งหนึ่ง และสะท้อนให้เห็นว่า "ทำไมบรรดาผู้ผลิตรถยนต์จีนจึงหันมาเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น"

ตามรายงานของดอยช์แบงก์ คาดว่าธุรกิจในต่างประเทศจะทำกำไรได้ประมาณ 20,000 หยวนต่อคัน (ราว 98,000 บาท) แม้จะเผชิญแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ตาม และคาดว่าความสามารถในการทำกำไรจะยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกันในระยะสั้น เพราะแม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นแต่ก็จะถูกหักล้างบางส่วนจากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายเครือข่ายช่องทางการขายและเพิ่มกำลังการผลิตในต่างประเทศ

ผู้บริหารยังยอมรับในการประชุมว่า ข้อจำกัดด้านการขนส่งทำให้ปริมาณการส่งออกในช่วงต้นปีนี้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยบริษัทกำลังแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มกองเรือขนส่งรถยนต์ของตนเองและขยายการผลิตในประเทศต่างๆ

นักวิเคราะห์ของดอยช์แบงก์ยังระบุโดยอ้างข้อมูลจากผู้บริหารว่า โรงงาน BYD ใน "อินโดนีเซีย" ได้เริ่มการผลิตแล้ว ขณะที่โรงงานใน "บราซิล" กำลังเพิ่มกำลังการผลิตไปสู่ระดับ 300,000 คันต่อปี ส่วนโรงงานใน "ฮังการี" มีกำหนดผลิตรถยนต์คันแรกภายในเดือนธ.ค. 

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาสถานที่ตั้งโรงงานเพิ่มเติม ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกด้วย

BYD ยังตั้งเป้าขยาย "เครือข่ายสถานีชาร์จความเร็วสูง" (super-fast charging) เป็น 90,000 แห่งภายในสิ้นปี 2028 โดยในจำนวนนี้ 6,000 แห่งจะอยู่ในตลาดต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวรถยนต์รุ่นที่รองรับระบบชาร์จความเร็วสูงดังกล่าวในระยะแรก ยังถูกจำกัดจากปัญหาการขาดแคลนแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2 แต่บีวายดีคาดว่าข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตจะได้รับการแก้ไขทั้งหมดภายในไตรมาสแรกของปี 2027