ค่ายรถ EV จีนบุกตั้งศูนย์ R&D กลางมิวนิค ดึงดูดทาเลนต์ท้าทายยักษ์ใหญ่ยานยนต์เยอรมนี เร่งปรับแต่งเทคโนโลยีและดีไซน์ให้เจาะตลาดยุโรปตรงจุด
Xpeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนเปิดศูนย์ R&D ที่เมืองมิวนิค เยอรมนี เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว นับเป็นสาขาต่างประเทศแห่งที่ 3 รองจากซิลิคอนแวลลีย์และซานดิเอโกของสหรัฐ เป้าหมายหลักคือการปรับแต่งซอฟต์แวร์ อัลกอริทึม และการออกแบบยานยนต์ให้สอดรับกับกฎระเบียบ รสนิยม และพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุโรป
นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนหลายรายทยอยเข้ามาตั้งศูนย์ออกแบบในเมืองมิวนิค ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแบรนด์หรูอย่าง BMW รวมถึงตั้งอยู่ใกล้กับฐานของ Audi ในเมืองอิงโกลสตัดท์
โดยค่ายรถจีน Nio เป็นผู้บุกเบิกเทรนด์นี้ตั้งแต่ปี 2558 ด้วยการพัฒนาดีไซน์สำหรับรถยนต์รุ่นโปรดักชั่นระดับโลก เกือบหนึ่งทศวรรษต่อมา Changan Automobile ตัดสินใจตั้งศูนย์ออกแบบสำหรับ Avatr แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในเดือน ก.ย. 2567 ด้วยทีมงานกว่า 90 คน
ตามด้วย Li Auto ที่เปิดสำนักงานในเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว มุ่งเน้นการวิจัยเทคโนโลยีแชสซีล้ำสมัยด้วยทีมงานราว 30 คน จากนั้น Xiaomi เปิดสาขาด้วยพนักงานประมาณ 50 คน เพื่อโฟกัสการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงและการปรับมาตรฐานตามเกณฑ์ยุโรป ส่วนผู้เล่นเข้ามาล่าสุดคือ Dongfeng Motor ในเดือน ก.พ. และ Leapmotor ในเดือน มี.ค.
โฆษกกระทรวงเศรษฐกิจ การพัฒนาภูมิภาค และพลังงานแห่งรัฐบาวาเรีย ให้ความเห็นถึงปัจจัยที่ดึงดูดการลงทุนเหล่านี้เข้ามาว่า ความใกล้ชิดกับผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่ตั้งอยู่ในเยอรมนี สร้างสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ การจับเทรนด์ตั้งแต่เนิ่นๆ และการปรับแต่งผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดยุโรปโดยเฉพาะ อีกทั้งมิวนิคยังมีชุมชนชาวจีนท้องถิ่นขนาดใหญ่อีกด้วย
ดึงดูดทาเลนต์ด้วยความท้าทาย
นอกจากนี้ ในมุมมอมของนักวิเคราะห์ยังประเมินว่าการมีพนักงานในยุโรปช่วยเชื่อมช่องว่างของเวลาทำการระหว่างเอเชียและสหรัฐ
"สิ่งนี้ช่วยให้การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการดำเนินงานอื่นสามารถเดินหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยเร่งความเร็วในการพัฒนาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น" มัทธีอัส ชมิดต์ จาก Schmidt Automotive Research อธิบาย
สำนักข่าว Nikkei Asia ได้ค้นหาบนแพลตฟอร์ม LinkedIn พบว่าหลายบริษัทมีอดีตพนักงาน BMW ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น รูดอล์ฟ ดิตตริช หัวหน้าศูนย์ R&D ยุโรปของ Xiaomi EV และ ไค ลังเงอร์ หัวหน้าแผนกประสบการณ์ผู้ใช้ของ Xiaomi รวมถึง ฟรองซัวส์-ซาเวียร์ โรแบร์ต ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบแบตเตอรี่ของ Xpeng
แม้บริษัทจีนมักถูกกล่าวหาว่าใช้เงินเดือนระดับสูงดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ แต่ข้อมูลค่าตอบแทนสำหรับนักออกแบบอาวุโสในมิวนิกของ Xpeng, Xiaomi และ BMW กลับอยู่ในระดับใกล้เคียงกันที่ 60,000 - 90,000 ยูโรต่อปี ดังนั้นปัจจัยดึงดูดที่แท้จริงจึงมาจากความท้าทายในองค์กรที่มีความเปลี่ยนแปลง
"ผมรู้จัก Xiaomi ในมิวนิค พวกเขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยม พนักงานมีแรงจูงใจ 100% การย้ายงานครั้งนี้มาจากแรงจูงใจด้านความท้าทายในค่ายรถยนต์ที่น่าตื่นเต้น มากกว่าจะเป็นเรื่องของการทุ่มเงินดึงตัว ในขณะที่ค่ายรถท้องถิ่นอย่าง BMW และ Audi กำลังเผชิญปัญหาจากความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานที่ลดลง" เฟอร์ดินานด์ ดูเดนฮอฟเฟอร์ ผู้อำนวยการ Center for Automotive Research กล่าว
ความเร็วในการตัดสินใจถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ มัทธีอัส ชมิดต์ เล่าว่านักออกแบบชาวเยอรมันที่เคยทำงานกับ Volkswagen และ BMW ยอมรับว่าจังหวะการพัฒนาของค่ายรถจีนเร็วกว่ามาก บางครั้งการปรับเปลี่ยนดีไซน์ที่เสนอไปถูกนำไปใช้งานจริงภายในเช้าวันรุ่งขึ้น
วิกฤติค่ายรถเยอรมนี แรงหนุนให้จีนเติบโต
เฟอร์ดินานด์ ดูเดนฮอฟเฟอร์ คาดการณ์ว่า BMW จะเริ่มโครงการลดขนาดองค์กรครั้งใหญ่เร็วๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ศูนย์ R&D จีนสามารถสรรหาบุคลากรคุณภาพได้ง่ายขึ้น ช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา BMW ประกาศแผนลดพนักงาน 8,000 ตำแหน่งผ่านโครงการสมัครใจลาออก เพื่อรับมือกับยอดขายในจีนที่ลดลง การแข่งขันอย่างหนักหน่วงจากรถยนต์ไฟฟ้าจีน ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงแรงกดดันด้านกำแพงภาษีจากสหรัฐ
อีกทั้ง Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของเยอรมนีที่กำลังเตรียมปลดพนักงานมากถึง 50,000 ตำแหน่งและมีแผนปิดโรงงานในประเทศหลายแห่ง สาเหตุสำคัญมาจากรถยนต์ไฟฟ้าจีนราคาถูกที่กำลังเข้ามากินส่วนแบ่งในตลาดที่เคยทำกำไรมหาศาลให้กับบริษัทมาอย่างยาวนาน





