วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

'โฟล์คสวาเกน' เลิกจ้างอีก 50,000 ตำแหน่ง รถยุโรปอ่วม ปีนี้ปลดคนรวมแล้ว '1 แสน'

'โฟล์คสวาเกน' เดินหน้าผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกือบ 90 ปี หลังยอดขายจีนทรุด ต้นทุนในเยอรมนีพุ่ง และคู่แข่งจีนรุกหนัก จ่อหั่นงานรวม 100,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2030 พร้อมลดจำนวนรถยนต์ลงถึงครึ่งหนึ่ง

คณะกรรมการกำกับดูแลของบริษัทโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ค่ายรถยนต์รายใหญ่อันดับ 1 ของฝั่งยุโรป อนุมัติแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการ "ลดพนักงาน" เพิ่มเติมอีก 50,000 ตำแหน่ง เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากมาตรการภาษี กำลังการผลิตส่วนเกิน และการแข่งขันอย่างดุเดือดจากค่ายรถยนต์ "จีน"

หากรวมกับแผนปลดคนครั้งก่อนที่ประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคม จะเท่ากับว่าในปี 2026 นี้ โฟล์คสวาเกนปลดคนครั้งใหญ่รวมแล้วถึง 100,000 ตำแหน่ง โดยมีผลไปจนถึงปี 2030

แผนดังกล่าวถือเป็นการ "ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 89 ปีของโฟล์คสวาเกน" ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการพิจารณาทางเลือกสำหรับ "โรงงาน 4 แห่งในเยอรมนี" หลังจากรถยนต์รุ่นที่โรงงานเหล่านี้รับผิดชอบผลิต จะทยอยยุติการผลิตตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป และปัจจุบันยังไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทดแทน

โรงงานทั้ง 4 แห่งนี้ ได้แก่ โรงงานใน Emden, Zwickau, Hanover และ Neckarsulm ซึ่งโฟล์คสวาเกน ระบุว่า มีกำลังการผลิตสูงกว่าความต้องการ และบริษัทกำลังประเมินทางเลือกอื่นสำหรับการใช้ประโยชน์จากโรงงานเหล่านี้

“นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับอนาคตของ Volkswagen Group เรากำลังแสดงความรับผิดชอบต่อพนักงานทั้งหมดของเรา ต่อพันธมิตร และต่อตำแหน่งงานในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก” โอลิเวอร์ บลูเม ซีอีโอของโฟล์คสวาเกน ระบุในแถลงการณ์

หุ้นโฟล์คสวาเกนที่จดทะเบียนในตลาดแฟรงก์เฟิร์ตปิดพุ่งขึ้น 7.9% หลังมีข่าวดังกล่าว สะท้อนความโล่งใจของตลาด หลังแหล่งข่าวระบุว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้มีความเสี่ยงที่จะบานปลาย กลายเป็น "วิกฤติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" สำหรับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป

เฟอร์ดินานด์ ดูเดนเฮิฟเฟอร์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในช่วง 10 เดือนข้างหน้า จะมีการหารือเกี่ยวกับอนาคตของโรงงานโฟล์คสวาเกนในเมือง Emden, Zwickau, Neckarsulm และ Hannover ซึ่งทั้งหมดจะเผชิญการทยอยยุติการผลิตตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป

ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาที่ตึงเครียดนานหลายสัปดาห์ระหว่างคณะกรรมการและ Porsche SE ผู้ถือหุ้นใหญ่ของโฟล์คสวาเกน กับฝ่ายสหภาพแรงงาน และรัฐโลเวอร์แซกโซนี โดยแนวคิดที่จะแยกธุรกิจรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และธุรกิจชิ้นส่วนของโฟล์คสวาเกนออกมาเป็นบริษัทแยกต่างหาก ไม่ได้ถูกกล่าวถึงอีกต่อไป

“ความสงบกำลังกลับคืนมาในระดับหนึ่ง แต่ยังห่างไกลจากคำว่า ‘สันติภาพ’ หากเป็นเรื่องการเมืองก็คงเรียกได้ว่าเป็น ‘การหยุดยิง’ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะจากนี้ทุกฝ่ายจะสามารถกลับมาให้ความสำคัญกับธุรกิจได้” ดูเดนเฮิฟเฟอร์ กล่าว

แผนที่เรียกว่า “Future Plan” มีขึ้นในช่วงที่โฟล์คสวาเกนกำลังเผชิญแรงกดดันจากรอบด้าน ทั้งภาษีนำเข้าของสหรัฐ และตลาดจีนที่อ่อนแอ ซึ่งจีนเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งทำกำไรสำคัญของกลุ่มโฟล์คสวาเกน

อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า การลดพนักงานรอบใหม่นี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด หรือจะกระจายไปยังแบรนด์และภูมิภาคต่างๆ ของกลุ่มในสัดส่วนเท่าใด

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์