รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน (2 ก.ย. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กระทบอุปทานตะวันออกกลาง
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค. 69 จากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ ยืนยันการโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)
ขณะที่อิหร่านยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวและขู่ว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลมากขึ้นต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก โดยสถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การหยุดชะงักที่ยืดเยื้อของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง
แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ รวมถึงแผนขยายมาตรการคว่ำบาตรและการดำเนินมาตรการต่อภาคการเงินของอิหร่าน
(+) สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงทวีความรุนแรงเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่ออุปทานน้ำมัน โดยมีรายงานว่ากองกำลังทหารรัสเซียได้ทำการโจมตีทางอากาศในกรุงเคียฟ และพื้นที่โดยรอบของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างหนัก
ทั้งนี้ รัสเซียยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก และเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงเป็นปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
(+) ตลาดยังคงจับตาตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) โดยนักวิเคราะห์คาดว่าน้ำมันดิบคงคลังจะลดลงประมาณ 800,000 บาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ส.ค. 69 ซึ่งหากตัวเลขออกมาลดลงตามคาด อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น





