วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ร่วงกว่า 400 จุด น้ำมันพุ่ง สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่  

ดาวโจนส์ร่วงกว่า 400 จุด ราคาน้ำมันพุ่งหลังสหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ ระลอกใหญ่  NASDAQ ร่วงมากกว่า 1% S&P 500 ลงตาม ตลาดกังวลเงินเฟ้อสูงจะกดดันให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันอังคาร (1 ก.ย. 69) ซึ่งเป็นวันแรกของเดือนกันยายน ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั้งในสหรัฐและต่างประเทศปรับขึ้น และเพิ่มความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเข้มงวดนโยบายการเงินในการประชุมปลายเดือนนี้  

 

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วง 419.02 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 52,766.88 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.71% ปิดที่ 7,631.47 จุด ขณะที่ แนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ร่วงลง 1.03% ปิดที่ 26,099.77 จุด  

  • ราคาน้ำมันขึ้น กดดันตลาดหุ้น

 

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command) ระบุว่ากองกำลังสหรัฐกำลังโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) ในอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) พุ่ง 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร  

 

การปรับขึ้นครั้งนี้ต่อยอดจากแรงบวกเมื่อต้นสัปดาห์ หลังจากปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยเมื่อวันจันทร์ เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดสามลูก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังขู่จะตอบโต้การโจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคของอิหร่าน โดยให้สัมภาษณ์กับฟอกซ์ นิวส์ (Fox News) เมื่อวันจันทร์ว่า “เราจะเล่นงานพวกเขาอย่างหนัก”  

 

  • บอนด์ยีลด์ทั่วโลกสูงขึ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกยังคงปรับขึ้นต่อเนื่องในวันอังคาร ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่มกราคม 2025 ขณะที่ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สิงหาคม 1996 และยีลด์พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอ้างอิงแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011  

 

ยีลด์ทั่วโลกที่ปรับขึ้นต่อเนื่องสะท้อนความกังวลของเทรดเดอร์ว่า ราคาน้ำมันที่สูงเป็นเวลานานอาจผลักดันเงินเฟ้อ และมีผลต่อเส้นทางการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดยเฟดมีกำหนดประชุมครั้งถัดไปในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ขณะเดียวกัน เดือนกันยายนยังเป็นเดือนที่ตามสถิติแล้วไม่ค่อยดีสำหรับตลาดหุ้น  

 

“ไม่ว่าเมื่อไร ตลาดหุ้นมักจะลำบากในการย่อยความเคลื่อนไหวที่ใหญ่และผันผวนในตลาดพันธบัตร” รอส เมย์ฟิลด์ นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Baird กล่าว “ผมคิดว่าสถานการณ์แบบนี้จะอยู่กับเราในระยะสั้นและระยะยาว”  

 

แม้มีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ เมย์ฟิลด์ระบุว่ายัง “ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในข้อมูลเศรษฐกิจมากพอ” ที่จะสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยตามข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ตอนนี้ตลาดฟิวเจอร์ส ดอกเบี้ยเฟดสะท้อนความน่าจะเป็นราว 68% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป  

 

“ผมรู้ว่าตอนนี้ตลาดกำลังคาดว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย หรืออย่างน้อยก็ให้น้ำหนักฝั่งขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคงดอกเบี้ย ผมยังคิดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือนกันยายน แต่ก็น่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปี” เขากล่าว พร้อมเตือนว่า “ยังมีหลายอย่างที่อาจเปลี่ยนไปได้ก่อนถึงวันประชุม โดยเฉพาะเมื่อรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมมีกำหนดออกวันศุกร์นี้”