วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

‘ชิป’ ส่งเวียดนามทะยาน ลุ้นขึ้นชั้น ‘ประเทศรายได้สูง’

‘ชิป’ กำลังเขย่าแผนที่เศรษฐกิจอาเซียน เมื่อเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ ขยับขึ้นสู่กลุ่มรายได้ปานกลางระดับบน พร้อมเร่งสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไล่ตามมาเลเซียสู่ประเทศรายได้สูง ขณะที่ไทยยังติดหล่ม ‘กับดักรายได้ปานกลาง’

อุตสาหกรรม “เซมิคอนดักเตอร์” กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจลูกใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเวียดนาม และฟิลิปปินส์ ซึ่งล่าสุดขยับขึ้นเป็นประเทศ “รายได้ปานกลางระดับบน” และกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายประเทศรายได้สูง ท่ามกลางกระแสลงทุนด้าน AI ที่ทำให้ความต้องการชิป และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกพุ่งขึ้น

ธนาคารโลกปรับสถานะเวียดนาม และฟิลิปปินส์ขึ้นสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบนเมื่อเดือนก.ค. โดยเกณฑ์ปี 2568 กำหนดให้ประเทศในกลุ่มนี้มีรายได้ประชาชาติต่อหัว ระหว่าง 4,636-14,375 ดอลลาร์ ขณะที่ระดับรายได้ของทั้งสองประเทศกำลังไล่เข้าใกล้อินโดนีเซีย

“เวียดนาม” ถือเป็นประเทศที่โดดเด่นที่สุดประเทศหนึ่ง จากการใช้ยุทธศาสตร์ส่งออก ดึงดูดการลงทุนต่างชาติ และทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศ จนกลายเป็นฐานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำคัญของโลก

ล่าสุด LG Innotek ของเกาหลีใต้ประกาศแผนลงทุนโรงงานผลิตวัสดุฐานรองชิปในเวียดนาม มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Samsung Electronics และ Intel มีรายงานว่ากำลังตั้งโรงงานใหม่หรือขยายกำลังการผลิต ส่วนบริษัทท้องถิ่นอย่าง Viettel และ FPT ก็เริ่มให้ความสนใจเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เช่นกัน

เวียดนามยังต้องการขยับจากงานผลิตชิปขั้นปลายที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า ทั้งกระบวนการผลิตขั้นต้น การออกแบบ และพัฒนาชิป โดยรัฐบาลตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ 50,000 คนภายในปี 2573 และตั้งเป้าให้ประเทศสามารถออกแบบ ผลิต และทดสอบชิปได้ภายในปี 2570

หากเศรษฐกิจเวียดนามยังเติบโตในอัตราเฉลี่ยใกล้เคียงกับช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการประเมินว่ารายได้ต่อหัวของเวียดนามอาจแซงไทยในปี 2580 และก้าวขึ้นเป็น “ประเทศรายได้สูง” ราวปี 2583

ด้าน “ฟิลิปปินส์” ก็กำลังยกระดับอุตสาหกรรมชิปที่เดิมเน้นกระบวนการผลิตขั้นปลาย โดยเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งประเทศ ขณะเดียวกันยังเข้าร่วมโครงการ Pax Silica ที่สหรัฐเป็นแกนนำ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานชิป AI ระหว่างประเทศพันธมิตร

การทะยานขึ้นของเวียดนาม และฟิลิปปินส์ เกิดขึ้นในช่วงที่ “ไทย และอินโดนีเซีย” ซึ่งเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางก่อนหน้า กลับเผชิญปัญหา “กับดักรายได้ปานกลาง” จากการยกระดับอุตสาหกรรมที่ล่าช้า

ไทยอยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบนมาตั้งแต่ปี 2554 แต่ยังไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงได้ โดยเผชิญทั้งข้อจำกัดในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และสังคมสูงวัย ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลงจนอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดของภูมิภาค

ขณะที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนมาตั้งแต่ปี 2539 กำลังกลับมาเร่งเครื่องด้วยอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยมุ่งสู่การผลิตขั้นสูง เช่น การแพ็กเกจชิปขั้นสูง รวมถึงสร้างขีดความสามารถด้านการออกแบบ และพัฒนาภายในประเทศ ส่งผลให้การส่งออกอุปกรณ์ไฟฟ้า และชิปเพิ่มขึ้น และช่วยหนุนเศรษฐกิจไตรมาส 2 เติบโตถึง 6%

มาเลเซียดูเหมือนมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2573 ขณะที่เวียดนาม และฟิลิปปินส์กำลังเร่งตามมา สะท้อนว่า “ชิป” อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่า ประเทศใดในอาเซียน จะสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และก้าวขึ้นสู่เศรษฐกิจรายได้สูงได้สำเร็จ
 

 

 

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์