การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในจีนของ CXMT หรือ ChangXin Memory Technologies ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสัญชาติจีน ที่มีมูลค่าหุ้นพุ่งขึ้น 500% ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์หลังเข้าสู่ตลาด จนแซงหน้ายักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มอย่าง Tencent ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางธุรกิจรายบริษัท แต่คือหมุดหมายสำคัญที่ส่งสัญญาณเตือนและสะท้อนทิศทางใหม่ของห่วงโซ่ “อุตสาหกรรมชิป” และเทคโนโลยีทั่วโลก
‘ฮาร์ดแวร์’ กุมอำนาจในสมรภูมิ AI
ปรากฏการณ์ที่กระแสเงินสดและเม็ดเงินลงทุนย้ายจากแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต เช่น Tencent, Alibaba ไปสู่ผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐานอย่าง CXMT สะท้อนวงจรเทคโนโลยีที่ว่า "ฮาร์ดแวร์ต้องสร้างเสร็จก่อน ซอฟต์แวร์จึงจะต่อยอดได้"
ท่ามกลางการเติบโตของโมเดล AI ทั่วโลกผลักดันความต้องการโปรเซสเซอร์ขั้นสูง เช่น Nvidia ควบคู่กับชิปหน่วยความจำความเร็วสูง จากผู้เล่นหลักในตลาดโลกอย่าง Samsung Electronics, SK Hynix รวมถึง CXMT ที่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวแปรสำคัญ
ในขณะที่ผู้พัฒนาโมเดลภาษาและซอฟต์แวร์ AI ส่วนใหญ่ทั่วโลกยังต้องเผชิญกับสงครามราคาและคำถามเรื่องการสร้างผลกำไร บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และชิปกลับเป็นกลุ่มแรกที่รับรู้รายได้และทำกำไรจริงอย่างเป็นรูปธรรม
‘ยุทธศาสตร์จีน’ เอาชนะสหรัฐในสมรภูมิเทค
การขึ้นมาของ CXMT คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน ภายใต้การนำของประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ที่ผลักดันให้จีนต้องพึ่งพาตนเองในเทคโนโลยีหลักให้ได้ เพื่อรับมือกับการแข่งขันด้าน AI กับสหรัฐ
แม้จีนจะเริ่มไล่ตามทันในส่วนของการพัฒนาโมเดล AI และชิปประมวลผล จากการผลักดันบริษัท DeepSeek และ Huawei แต่เป้าหมายสำคัญถัดไปของจีนคือการ “ปิดช่องว่าง” ด้านการผลิตชิปขั้นสูงสำหรับ Data Center และระบบประมวลผลหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
จิง เจีย ยู นักวิเคราะห์จาก Morningstar ระบุว่า การผลักดันนโยบายพึ่งพาตนเองทำให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในจีนมีตลาดเป้าหมายในประเทศ ที่ใหญ่ขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งช่วยค้ำจุนการเติบโตของมูลค่ากิจการอย่างต่อเนื่อง
‘เทคโนโลยีขั้นสูง’ ดันตลาดทุน
อีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังเปลี่ยนไป คือ ดัชนีตลาดหุ้นและทิศทางการระดมทุน IPO กำลังเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มผู้ค้าปลีกออนไลน์และซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม ไปสู่ “กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ขั้นสูง”
ดัชนี MSCI China All Shares มีสัดส่วนของกลุ่มฮาร์ดแวร์ เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 3% เมื่อ 6 ปีก่อน เป็นมากกว่า 12% สวนทางกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่สัดส่วนลดลงครึ่งหนึ่ง
ด้านดัชนี Star50 ที่เน้นหุ้นกลุ่มชิปปรับตัวขึ้นกว่า 28% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนี Hang Seng Tech ลดลงเกือบ 15%
นอกจากนี้ยังมี บริษัทเทคคลื่นลูกใหม่ที่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น Unitree Robotics ที่มียอดจองซื้อ IPO ของนักลงทุนรายย่อยทะลุ 5,500 เท่า รวมถึง Yangtze Memory และ Moonshot AI สะท้อนว่าอุตสาหกรรมชิปและฮาร์ดแวร์ AI ได้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดทุนหลักของภูมิภาค
แนวโน้มหลักที่ชัดเจนในปัจจุบันคือ บริษัทที่สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงจะต้องดำเนินธุรกิจสอดรับกับนโยบายหลักของรัฐบาลปักกิ่ง โดยเฉพาะผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เชิงยุทธศาสตร์ที่หาได้ยาก หรือผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน AI ที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้
อ้างอิง Bloomberg



