วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

จาก 'เปล' สู่ 'พอร์ตหุ้น' ในเกาหลีใต้ พ่อแม่แห่เปิดบัญชีให้ลูกแรกเกิด

ลงทุนให้ลูกกันตั้งแต่แรกเกิด พ่อแม่เกาหลีใต้แห่เปิดบัญชีลงทุนให้ลูกตั้งแต่ยังเป็นทารก ดันบัญชีใหม่พุ่งเกือบ 60% เฉียด 1.9 แสนบัญชี

ไม่ใช่แค่นักลงทุนรายย่อยเท่านั้นที่แห่กันเข้ามาเล่นหุ้นมากขึ้นในยุค AI แต่พ่อแม่ชาวเกาหลีใต้ยังแห่กัน "เปิดพอร์ตให้ลูกแรกเกิด" กันมากขึ้น เร่งสร้างความได้เปรียบด้านความมั่งคั่งระยะยาวให้บุตรหลาน

ข้อมูลจากบริษัทหลักทรัพย์ Mirae Asset Securities ซึ่งมีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุดของเกาหลีใต้ ระบุว่า จำนวนบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปีก่อน ไปอยู่ที่ราว 15,000 บัญชีในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ขณะที่จำนวนบัญชีใหม่ของเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี เพิ่มขึ้นเกือบ 60% แตะประมาณ 185,000 บัญชี โดยในจำนวนนี้ไม่นับรวมบัญชีซ้ำ

กระแส AI จุดประกายความหวัง

กระแสความนิยมนี้กำลังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนด้วย "กระแส AI" จนกลายเป็นเทรนด์ "การวางแผนสร้างความมั่งคั่งข้ามรุ่น" (Generational Wealth Planning) แม้ว่าความผันผวนของตลาดหุ้นในประเทศช่วงก่อนหน้านี้ จะทำให้นักลงทุนจำนวนมากหันไปมองหาโอกาสลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นก็ตาม

อีฮเยวอน พยาบาลชาวเกาหลีใต้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า เธอและสามีเชื่อว่า "การลงทุนระยะยาวเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือเงินฝาก"

"เราคิดว่าสำหรับการบริหารบัญชีของลูกๆ 'ระยะเวลา' ที่เอาเงินไปลงทุนสำคัญมากกว่า 'จำนวนเงิน' ที่ลงทุน ดังนั้นเราจึงเปิดบัญชีให้ลูกคนแรกตอนอายุ 4 ขวบ และเปิดบัญชีให้ลูกคนที่สองทันทีหลังคลอด"

ปัจจุบันครอบครัวของเธอลงทุนในกองทุน ETF ของสหรัฐเดือนละประมาณ 300,000-400,000 วอน (ประมาณ 7,000 - 9,300 บาท) โดยเน้นกองทุนที่อ้างอิงดัชนี S&P 500 เป็นหลัก

พ่อแม่คนอื่นๆ ก็มีแนวคิดคล้ายๆ กัน

อีจุนฮยอก พนักงานออฟฟิศรายหนึ่งกล่าวว่า อยากมอบของขวัญที่เรียกว่า "เวลาและพลังแห่งการทบต้น"  (Compounding) ให้ลูกไปอีกหลายปีข้างหน้า จึงเป็นเหตุผลที่เลือกเปิดบัญชีให้ลูกสาว 'ทันทีหลังคลอด'

"ผมยังทยอยลงทุนประจำ ใช้เงินไม่เยอะเท่าไหร่ ลงในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ และหุ้นสหรัฐที่เกี่ยวกับ Physical AI เพราะมองว่าทั้งสองกลุ่มมีศักยภาพการเติบโตสูง"

แจจุน อู ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก DePaul University มองว่าปรากฏการณ์นี้จะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าตลาดจะมีความผันผวนมากขึ้นก็ตาม พ่อแม่ก็จะยังคงเปิดบัญชีลงทุนให้ลูกๆ ต่อไป

"ตราบใดที่การลงทุนในหุ้น ไม่ว่าจะเป็นตลาดเกาหลีใต้หรือต่างประเทศ ยังถูกมองว่าเป็นวิธีสร้างความมั่งคั่งระยะยาวที่เชื่อถือได้"

แนวโน้มดังกล่าวอาจสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แม้จะค่อยเป็นค่อยไป จากค่านิยมเดิมที่ให้ความสำคัญกับ "อสังหาริมทรัพย์" ซึ่งเป็นรูปแบบการถือครองความมั่งคั่งหลักของครัวเรือนเกาหลีใต้มายาวนาน

ผลสำรวจของกระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้ระบุว่า ครัวเรือนเกาหลีใต้ถือครองความมั่งคั่งประมาณ 3 ใน 4 ในรูปแบบสินทรัพย์ทางกายภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ส่วนที่เหลือเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน

สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วยหนุนลงทุน

จอง อู พัค นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำเกาหลีใต้ของ Nomura กล่าวว่า "ภาษีกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์" ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกรณีถือครองระยะสั้นหรือถือครองบ้านหลายหลัง เป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดให้ชาวเกาหลีใต้หันมาลงทุนในตลาดหุ้นแทนกันมากขึ้น

ข้อมูลจากกรมสรรพากรเกาหลีใต้ระบุว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะเสียภาษีกำไรจากการขายใน "อัตราก้าวหน้า" 6-45% แต่หากถือครองไม่ถึง 2 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 40-70%

ในทางกลับกัน นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ "ไม่ต้องเสียภาษีกำไรจากการขายหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้" เว้นแต่จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ภาษีการให้ (Gift Tax) ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พ่อแม่จำนวนมากหันมาเปิดบัญชีหุ้นให้ลูก โดยกระทรวงนิติบัญญัติของเกาหลีใต้กำหนดว่า เงินที่พ่อแม่มอบให้บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่เกิน 20 ล้านวอน (ราว 4.6 แสนบาท) จะได้รับการยกเว้นภาษีหนึ่งครั้งในทุกๆ 10 ปี ทำให้พ่อแม่นำเงินที่ได้รับการยกเว้นภาษีดังกล่าวไปลงทุนในหุ้น

ผู้ใช้งานออนไลน์ที่ใช้ชื่อว่า "leecoach_mom" กล่าวว่า "ช่วงแรก สิ่งที่เรากังวลมากกว่าเรื่องจะซื้อหุ้นตัวไหนผ่านบัญชีของลูก คือการจัดการเรื่องภาษีการให้ เราศึกษารายละเอียดด้วยตัวเอง และปรึกษานักบัญชีภาษี"

อย่างไรก็ตาม สำหรับครัวเรือนรายได้ปานกลางส่วนใหญ่ แรงจูงใจหลักๆ ในการลงทุนในหุ้นให้บุตรหลาน คือการสะสมเงินเพื่อการศึกษา หรือสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต มากกว่าการลดภาระภาษี

โบรกเกอร์และภาครัฐร่วมดึงดูด

ภาคเอกชนต่างก็พยายามจัดโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าวัยแบเบาะกัน เช่น Kakaopay Securities บริษัทหลักทรัพย์ออนไลน์ในเครือ Kakao Corp. เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า บริษัทมีแผนแจกหุ้นมูลค่า 100,000 วอนให้กับทารกที่เกิดในปีหน้า เพื่อขยายฐานลูกค้า

ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็ออกมาตรการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงตลาดหุ้นได้ง่ายขึ้น

ในปีค.ศ. 2023 หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของเกาหลีใต้ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ "อนุญาตให้ผู้ปกครองสามารถเปิดบัญชีลงทุนให้บุตรหลานผ่านสมาร์ตโฟนได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขา"

พัคจาก Nomura กล่าวว่า การอนุญาตให้พ่อแม่เปิดบัญชีทางไกลได้ ช่วยขจัดอุปสรรคสำคัญในทางปฏิบัติ

"หากขั้นตอนต่างๆ ถูกทำให้ง่ายขึ้นอีก ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้จำนวนบัญชีของผู้เยาว์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนที่ทยอยลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มาก แต่ลงทุนเป็นประจำ"

อย่างไรก็ตาม เขามองว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อ "จำนวนผู้เข้าร่วมลงทุน" มากกว่ามูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด ซึ่งยังคงขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินของครัวเรือน ภาวะตลาด และปัจจัยด้านภาษีเป็นสำคัญ

 

ที่มา: CNBC