ราคาเหล็กเส้นจีนร่วงต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี สะท้อนวิกฤติอสังหาฯ ที่ยืดเยื้อฉุดดีมานด์ก่อสร้าง สอดคล้องราคาแร่เหล็กโลกที่กำลังตกต่ำ
ราคาของเหล็กเส้นเสริม (Rebar) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กสำคัญของจีน ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี หลังภาวะซบเซาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ กดดันความต้องการใช้เหล็กในภาคก่อสร้างและทำให้ปริมาณสินค้าคงคลังเพิ่มสูงขึ้น
ราคาเหล็กเส้นในตลาดสปอตปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 49 ติดต่อกัน อยู่ที่ 3,142 หยวน (465.63 ดอลลาร์) ต่อตันในวันศุกร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2016 ตามข้อมูลราคาเฉลี่ยรายภูมิภาคของบริษัท Beijing Antaike Information Technology Co.
เหล็กเส้นถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของตลาดเหล็กดั้งเดิมของจีน เนื่องจากมีการใช้อย่างแพร่หลายในโครงการอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน
ซาบริน เชาดูรี หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของ BMI ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้บริษัท Fitch Solutions กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังคงอยู่ในภาวะซบเซา
"การประชุมโปลิตบูโร (Politburo) เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างแรงหนุนให้กับตลาดเหล็ก เนื่องจากรัฐบาลแสดงให้เห็นมากขึ้นว่า พร้อมยอมรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับที่ลดลง"
ทั้งนี้ ปริมาณการใช้เหล็กของจีนคิดเป็นสัดส่วนมากถึงราว "ครึ่งหนึ่งของการใช้เหล็กทั่วโลก" แต่ความต้องการปในปัจจุบันยังคงอ่อนแอ เนื่องจากภาวะซบเซาในภาคการก่อสร้างที่ยืดเยื้อ ยังคงกดดันภาคอุตสาหกรรมนี้ที่เป็นแหล่งใช้เหล็กรายใหญ่ที่สุด
เมื่อเดือนที่แล้ว ธนาคารมอร์แกน สแตลีย์ (Morgan Stanley) คาดการณ์ว่า ยอดขายบ้านในจีนมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อในไตรมาส 3 ของปีนี้
ข้อมูลจากสมาคมเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศจีน ระบุว่า สต็อกเหล็กเส้นของผู้ผลิตเหล็กที่อยู่ในการสำรวจเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 ล้านตัน ณ วันที่ 31 ก.ค. เพิ่มขึ้น 9% จากเดือนก่อน สะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคยังเติบโตไม่ทันปริมาณอุปทาน
ฟลอเรนซ์ ซัน นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของบริษัทแมคควอรี กรุ๊ป กล่าวว่า แม้จะมีรายงานว่าโรงงานเหล็กทยอยปรับลดการผลิตเหล็กเส้น และหันไปผลิตเหล็กประเภทอื่นมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าการปรับตัวดังกล่าวยังเกิดขึ้นช้ากว่าที่ควร
ราคาแร่เหล็กร่วงสุดรอบ 13 เดือน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร บลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาแร่เหล็ก (Iron ore ) เคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน จนเข้าสู่ระดับราคาที่อาจเริ่มกระทบต่อผู้ผลิตที่มีต้นทุนสูงบางราย
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแร่เหล็กร่วงลงแตะ 92.85 ดอลลาร์ต่อตันในตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. 2025 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาปิดตลาดใกล้ระดับเดิม
ราคาที่ปรับตัวลงครั้งนี้ถูกกดดันจากความต้องการใช้เหล็กในจีนที่ชะลอตัวตามฤดูกาล ประกอบกับอัตรากำไรของโรงงานเหล็กที่หดตัวลง ขณะที่การที่ทางการจีนยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ชุดใหม่ ก็ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุนในตลาด





