วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

Samsung คาด ‘ชิปยังขาดตลาด’ ถึงปี 2028 หลังกำไรธุรกิจชิปพุ่งกว่า 250 เท่า

Samsung ส่งสัญญาณว่า ‘ยุคชิปขาดตลาดยังไม่จบ’ โดยคาดว่า ภาวะอุปทานตึงตัวจะรุนแรงขึ้นในปี 2027 และต่อเนื่องถึงปี 2028 หลังความต้องการชิป AI ยังเติบโตแข็งแกร่ง

Samsung Electronics ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดการณ์ว่า “ภาวะชิปขาดแคลน” จะรุนแรงขึ้นในปี 2027 และยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028 สะท้อนว่าความต้องการชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ยังคงแข็งแกร่ง แม้นักลงทุนบางส่วนกังวลว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะเริ่มชะลอตัวลง

มุมมองดังกล่าวช่วยคลายความกังวลของตลาด หลัง Samsung รายงานกำไรจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ในไตรมาส 2 “เพิ่มขึ้นกว่า 250 เท่า” เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทพุ่งขึ้นสูงสุดราว 8% ระหว่างวัน จากนั้นก็พลิกปิดลบที่ 0.7% แทน

แจจุน คิม รองประธานบริหารธุรกิจหน่วยความจำของ Samsung เปิดเผยกับนักวิเคราะห์ว่า การขาดแคลนอุปทานในปี 2027 จะรุนแรงกว่าปีนี้ และมีแนวโน้มดำเนินต่อไปในปี 2028 เนื่องจากความต้องการจากผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และผู้พัฒนา AI ยังเติบโตต่อเนื่อง

เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว Samsung ได้ลงนามสัญญาจัดหาชิประยะยาวกับผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ 5 อันดับแรกของโลกแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีก 5 ราย แม้จะไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทก็ตาม

บริษัทระบุว่า สัญญาเหล่านี้มีอายุอย่างน้อย 5 ปี และครอบคลุมกำลังการผลิตในอนาคตราว 60-70% พร้อมกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินล่วงหน้าและราคาขั้นต่ำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนขยายกำลังการผลิตจำนวนมหาศาล

นักวิเคราะห์มองว่า ข้อมูลดังกล่าวช่วยยืนยันว่าความต้องการชิป AI ยังแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดกังวล โดยรยู ยองโฮ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก NH Investment & Securities กล่าวว่า การประชุมชี้แจงผลประกอบการครั้งนี้สร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าที่คาด และเป็นหนึ่งในการประชุมที่ให้สัญญาณเชิงบวกที่สุดในรอบหลายไตรมาส

Samsung ยังระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ธุรกิจหน่วยความจำจะยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ รวมถึงการใช้งาน Agentic AI ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้ว่าความต้องการจากตลาดสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะเริ่มชะลอลงก็ตาม ส่งผลให้ตลาดชิปหน่วยความจำยังคงอยู่ในภาวะอุปทานตึงตัว

ในไตรมาสเดือนเมษายน-มิถุนายน Samsung รายงานกำไรจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์อยู่ที่ 89.2 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นกว่า 250 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานรวมของบริษัทอยู่ที่ 89.5 ล้านล้านวอน ใกล้เคียงกับที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้า และรายได้รวมเพิ่มขึ้น 130% สู่ 171.5 ล้านล้านวอน

อย่างไรก็ตาม ราคาชิปที่พุ่งสูง กลับส่งผลกระทบต่อธุรกิจสมาร์ทโฟนของ Samsung โดยแผนกมือถือรายงานผลขาดทุน 700,000 ล้านวอน นับเป็นการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกของธุรกิจนี้ สะท้อนว่า “ต้นทุนชิปที่เพิ่มขึ้น” กำลังกดดันความสามารถในการทำกำไรของผู้ผลิตอุปกรณ์ปลายทาง

จอช์จ กิลเบิร์ต นักวิเคราะห์จาก eToro ระบุว่า ชิปที่สร้างกำไรมหาศาลให้ Samsung ในวันนี้ กลับกลายเป็นต้นทุนที่บั่นทอนอีกธุรกิจหนึ่งของบริษัท ทำให้ผลประกอบการของ Samsung พึ่งพาราคาชิปหน่วยความจำและความต่อเนื่องของการลงทุน AI จากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มากกว่าที่เคย

อ้างอิง: reuters