‘ฟุตบอลโลก’ รอบชิงชนะเลิศร้อนแรง! ทำ ‘ราคาตั๋วรีเซล' เพื่อเข้าชมในสนามแข่งขันในสหรัฐ แพงทะลุ 67 ล้านบาท ! ไปแล้วคงเหลือแต่เศรษฐีเท่านั้นที่จะซื้อได้!
ถ้าอยากได้ตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นงานกีฬาที่แพงที่สุดเท่าที่เคยจัดขึ้นในสหรัฐ คุณอาจต้องเป็นเศรษฐี เพราะราคาตั๋วสำหรับที่นั่งที่เป็นที่ต้องการในสนามแห่งนี้พุ่งทะลุกว่า 2 ล้านดอลลาร์ (กว่า 67 ล้านบาท) ไปแล้ว ในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มการแข่งขัน
อัลจาซีรารายงานว่า ในการแข่งขันที่อาร์เจนตินาของลิโอเนล เมสซี พบกับสเปนและลามีน ยามาล ซูเปอร์สตาร์นักเตะวัยรุ่น ราคาตั๋วเข้าชมการแข่งขันในตลาดขายต่อ หรือ “ตั๋วรีเซล” พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
ภายในวันศุกร์ (17 ก.ค.) ตั๋วเข้าชมเกือบทั้งหมดดูเหมือนจะขายหมดแล้ว แต่ยังมีตั๋วเหลืออยู่บ้างในแพลตฟอร์มขายตั๋วของฟีฟ่า โดยตั๋วที่เหลืออยู่ในราคาประมาณ 32,000 ดอลลาร์ต่อใบ หรือราว 1,076,000 บาท
ต่อมาในวันเสาร์ ฟีฟ่าก็จำหน่ายตั๋วเข้าชมฟุตบอลเกลี้ยงก่อนปิดจำหน่ายตั๋วในนาทีสุดท้ายบนเว็บไซต์
แต่แพลตฟอร์มรีเซลตั๋วของฟีฟ่ามีตั๋วจำหน่ายในราคาตั้งแต่ต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ (ราว 340,000) จนสูงถึง 2.3 ล้านดอลลาร์ (ราว 77 ล้านบาท)
อย่างที่ทราบกันดี ฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศเป็นการปิดฉากฟุตบอลโลกที่แฟน ๆ เต็มใจควักเงินจ่ายมากกว่านัดก่อนๆ เพื่อให้ได้ที่นั่งชมการแข่งขันระดับนานาชาติที่จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี สวนทางกับเสียงวิจารณ์เรื่องราคาตั๋วที่พุ่งสูง เพราะความต้องการซื้อตั๋วยังคงแข็งแกร่งจนเกินความคาดหมายของหลายฝ่าย
และรอบชิงฯ ปีนี้นับเป็นการปิดฉากที่เหมาะสมกับการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าแฟนบอลพร้อมทุ่มเงินเพื่อเข้าชมการแข่งขันมากเพียงใด ขณะที่การตัดสินใจของฟีฟ่าในการจัดการแข่งขันก็พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ แม้ก่อนหน้านี้จะมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรการจำกัดวีซ่าและความไม่สงบภายในสหรัฐก็ตาม
“สิ่งที่ฟีฟ่าทำได้ดีมากคือการคาดการณ์ความต้องการ เพราะผู้คนยอมจ่ายเงินราคาสูงลิ่วในแมตช์ทั้ง 104 นัด” สก็อตต์ ฟรีดแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายตั๋วซึ่งเคยทำงานให้กับคลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส กล่าว
“เมื่อหนึ่งปีก่อน เราไม่คิดว่าจะมีคนเดินทางไปชมการแข่งขันมากขนาดนี้ ท่ามกลางเรื่องราวเกี่ยวกับ ICE ของทรัมป์และทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และฟีฟ่าก็ทำได้ดีที่ตั้งราคาไว้สูง และสุดท้ายผู้คนก็ยอมจ่าย”
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลการเข้าชมของฟีฟ่าพบว่า การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม 72 นัด มากกว่าครึ่งหนึ่งมีผู้เข้าชมเต็มทุกที่นั่ง และการแข่งขันส่วนใหญ่มีผู้เข้าชมในสนามขาดไปเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น ฟีฟ่าระบุว่า การแข่งขันรอบแรกมีผู้เข้าชมเกือบเต็มสนาม โดยมีผู้ชมเข้าจับจองที่นั่งราว 99.7% ของที่นั่งทั้งหมดที่เปิดจำหน่าย
ข้อมูลดังกล่าวสามารถหักล้างกับความกังวลก่อนหน้านี้ที่ว่า ราคาตั๋วที่สูงลิ่วของฟีฟ่าอาจทำให้แฟนบอลไม่สนใจชมการแข่งขัน หลังจากที่พบว่ามีที่นั่งว่างจำนวนมากรอบสนามกีฬากัวดาลาฮารา ในการแข่งขันระหว่างเกาหลีใต้และเช็กเกีย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.
แม้ตั๋วราคาสูง แต่ความต้องการยังคงสูง
อย่างไรก็ตาม เมื่อการแข่งขันขยายขนาดจนมีทีมเข้าร่วมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 48 ทีม ความสนใจจากแฟนๆ ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ราคาตั๋วเริ่มต้นกำหนดไว้ที่ 575 ดอลลาร์ (ราว 19,000 บาท) ต่อที่นั่งในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งสูงกว่าราคาตั๋วรอบแบ่งกลุ่มที่แพงที่สุดในการแข่งขันปี 2022 ถึงสองเท่า และด้วยระบบ “การกำหนดราคาแบบไดนามิก” ของฟีฟ่า ทำให้แฟนบอลจำนวนมากต้องซื้อตั๋วนัดแข่งขันต่อๆ ไปที่แพงกว่าเดิมมาก
อัลจาซีราระบุว่า ยังมีตั๋วเข้าชมเหลืออยู่หลายร้อยใบสำหรับการเข้าชมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันพุธ (15 ก.ค.) โดยมีราคาต่ำกว่า 7,000 ดอลลาร์เล็กน้อย (ราว 200,000 บาท) ซึ่งจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มของฟีฟ่า และนั่นทำให้เกิดความประหลาดใจและมีเกิดการคาดเดาว่าฟีฟ่าได้ตั้งราคาสูงเกินไปแล้วหรือไม่
แต่ฟรีดแมนอธิบายว่า ที่นั่งที่เหลืออยู่นั้นอาจเป็นผลมาจากกระบวนการที่เรียกว่า “การจำหน่ายตั๋วแบบค่อยเป็นค่อยไป” ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติทั่วไปในงานใหญ่ๆ ที่ผู้จัดงานจำกัดจำนวนตั๋วเพื่อกระตุ้นให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อ
ฟรีดแมน ผู้บริหารเครือข่าย Ticket Talk Network ที่เน้นสำรวจวิธีการซื้อและขายที่นั่งสำหรับงานมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ กล่าวว่า
“พวกเขาทำเหมือนว่าขายที่นั่งหมดแล้ว และค่อยๆ ทยอยขายที่นั่งเพิ่มเข้ามาเพื่อเพิ่มความต้องการในตลาดอย่างเห็นได้ชัด เช่น ‘โอ้ เหลือตั๋วแค่จำนวนเท่านี้ในโซนนั้นแล้ว ฉันควรซื้อตอนนี้ดีกว่า’”
กระบวนการกำหนดราคาไดนามิก
กระบวนการ “กำหนดราคาแบบไดนามิก” ที่ไม่โปร่งใสนี้ พิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อฟีฟ่า เนื่องจากกีฬาชนิดนี้กำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจากเกมของชนชั้นแรงงานไปสู่กิจกรรมยามว่างของคนรวย
ฟีฟ่าได้นำระบบกำหนดราคาแบบไดนามิกมาใช้เป็นครั้งแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ ทำให้ราคาตั๋วผันผวนตามความต้องการแบบเรียลไทม์และปัจจัยอื่นๆ
อดัม เอลแมคทูบ รองศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมอุตสาหกรรมและการวิจัยปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่พอใจราคาตั๋วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็คือ ไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าระบบนี้ทำงานอย่างไร
“ผู้คนต่างยินดีที่จะยอมรับการกำหนดราคาแบบไดนามิก เราใช้วิธีนี้กับการกำหนดราคาตั๋วเครื่องบิน กระทั่งการซื้อเสื้อผ้า แต่ผมคิดว่าเมื่อเป็นงานกีฬาใหญ่ขนาดนี้ ถ้ามีความโปร่งใสจะช่วยได้มาก”
อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่ายังได้ออกตั๋วราคาประหยัดจำนวนหนึ่งด้วย เพื่อตอบสนองต่อกระแสต่อต้านเรื่องราคา โดยนักการเมืองหลายคน รวมถึงโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ก็ได้ล็อบบี้ให้คนท้องถิ่นสามารถเข้าถึงที่นั่งราคาไม่แพงได้
กฎขายตั๋วต่อหละหลวมในสหรัฐ
กฎระเบียบที่หละหลวมเกี่ยวกับการขายตั๋วต่อ หรือตั๋วรีเซลในสหรัฐ ส่งผลให้แฟนบอลเงินหมดเร็วขึ้น และผู้ขายตั๋วต่อหรือผู้จำหน่ายตั๋วรีเซลมีอำนาจในการกำหนดราคาเองได้
กฎในสหรัฐแตกต่างจากเม็กซิโกที่เป็นเจ้าภาพร่วม ที่ห้ามผู้ขายตั๋วต่อจำหน่ายตั๋วในราคาที่สูงกว่าที่ซื้อมา และกฎนี้ใช้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วย
อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายตั๋วรีเซลจำนวนมากในรอบชิงชนะเลิศ ก็ทำให้ราคาตั๋วบนแพลตฟอร์มขายตั๋วต่อ SeatGeek ลดลงไปด้วย โดยราคาตั๋วเฉลี่ยสำหรับรอบชิงชนะเลิศมีราคาสูงกว่า 11,000 ดอลลาร์ (ราว 370,000 บาท) ในวันศุกร์ (17 ก.ค.)
แต่ SeatGeek เผยว่า ตัวเลขดังกล่าวยังคงทำให้ตั๋วเข้าชมฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศเป็นอีเวนต์ที่มีตั๋วแพงที่สุดที่แพลตฟอร์มเคยจำหน่ายมา ซึ่งสูงกว่าการแข่งขัน Super Bowl ปี 2024 ถึง 8%
“สิ่งที่เราเห็นในฟุตบอลโลกปีนี้คือ ความต้องการผันผวนในแต่ละรอบและแต่ละการประกาศคู่แข่งขัน” คริส เลย์เดน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดของ SeatGeek กล่าว
“ความต้องการสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ยังคงแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบน็อกเอาต์”
ฟุตบอลโลกปีนี้ ยังคงเข้าถึงยากสำหรับคนจำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนเตือนว่า การแข่งขันครั้งนี้ยังคงเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยากสำหรับแฟนบอลจำนวนมหาศาล
ตามที่จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า สัญญาว่าจะงานแข่งขันปีนี้จะเป็นฟุตบอลโลกที่เปิดกว้างที่สุด แต่ตามรายงานของ Sport & Rights Alliance ยังมีแฟนบอลจากหลายประเทศไม่สามารถขอวีซ่าได้
“นี่คือฟุตบอลโลกสำหรับคนกลุ่มน้อยที่โชคดี” โรแนน อีแวน กรรมการบริหารของ Football Supporters Europe กล่าวกับผู้สื่อข่าว “คนในยุโรป ชาวนอร์เวย์ ชาวสก็อตแลนด์ ที่มีกำลังซื้อมากพอที่จะเดินทางไปสหรัฐ ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ และสามารถจ่ายค่าตั๋วที่แพงสูงลิ่วได้”


