วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘ทรัมป์’ โพสต์ขู่ขึ้นภาษี ‘แคนาดา’ โทษฐานปล่อยควันไฟป่าทะลักเข้าสหรัฐ

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ขู่เตรียมเรียกเก็บภาษีศุลกากร (Tariffs) จากแคนาดาเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการตอบโต้ที่รัฐบาลแคนาดาปล่อยปละละเลยการจัดการไฟป่า จนส่งผลให้กลุ่มควันพิษลอยข้ามพรมแดนมาปกคลุมหลายเมืองทั่วอเมริกาเหนือ พร้อมเตรียมต่อสายตรงถึงนายกรัฐมนตรีแคนาดาเพื่อเอาผิดกับความประมาทเลินเล่อที่สร้างต้นทุนมหาศาลให้กับสหรัฐ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียแสดงความไม่พอใจต่อคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ โดยระบุว่า แคนาดาต้องรับผิดชอบต่อการที่พวกเขาไม่บำรุงรักษาป่าไม้ให้ดีพอ ส่งผลให้สหรัฐต้องถูกคุกคามโดยไม่จำเป็น จากอากาศที่สกปรก เต็มไปด้วยมลพิษ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ทรัมป์ ยืนยันว่าจะโทรศัพท์ถึง มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เพื่อกล่าวหาว่ารัฐบาลของผู้นำแคนาดามีความประมาทเลินเล่อ โดยทรัมป์ระบุว่า "ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นประเมินค่าไม่ได้" และต้นทุนจากมลพิษเหล่านี้จะต้องถูกบวกรวมเข้าไปในกำแพงภาษีที่แคนาดาจ่ายให้กับสหรัฐในปัจจุบัน

การโพสต์ข้อความดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของการที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้คำขู่เรื่องการขึ้นภาษีศุลกากร เพื่อกดดันให้ต่างชาติทำตามข้อเรียกร้องของตน นับตั้งแต่ทรัมป์หวนคืนสู่ทำเนียบขาวเป็นสมัยที่สองในเดือนมกราคม 2025 เขาได้เพิ่มแรงกดดันต่อแคนาดาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือบีบให้แคนาดาเพิ่มความเข้มงวดด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน และเปลี่ยนแนวปฏิบัติทางการค้าที่เขามองว่าไม่เป็นธรรม ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังเคยพยายามกดดันให้แคนาดาสละอธิปไตยของตนเพื่อกลายมาเป็น "รัฐที่ 51" ของสหรัฐอีกด้วย

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่แคนาดายังคงต้องรับมือกับเหตุไฟป่าที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงถึง 896 จุดทั่วประเทศ โดยประมาณ 200 จุดอยู่ในรัฐออนแทรีโอ ซึ่ง ดั๊ก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ เปิดเผยว่ามีไฟป่าถึง 81 จุดที่ยังอยู่นอกเหนือการควบคุม

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ไฟป่าลุกลามทั่วอเมริกาเหนือมีหลายสาเหตุ เช่น สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งที่ย่ำแย่ขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนนโยบายป้องกันไฟป่าที่เข้มงวดเกินไปในอดีตจนขัดขวางการเผาไหม้ตามธรรมชาติ ทำให้มีเศษซากเชื้อเพลิงสะสมในป่ามากเกินไป นอกจากนี้ ความเสี่ยงยังมากขึ้นจากการขยายตัวของชุมชนเมืองที่รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่า

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ มักจะกล่าวโทษนักการเมืองฝ่ายซ้ายและสายกลางอยู่เสมอว่าบริหารจัดการผิดพลาดเมื่อเกิดไฟป่ารุนแรง โดยเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ย้ำจุดยืนว่า ไฟป่าในแคนาดาสามารถป้องกันได้หากมีการกำจัดเศษซากพืชอย่างถูกวิธี เขาประณามว่านี่คือความประมาทเลินเล่อโดยเจตนาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีและสร้างความเสียหายต่อสหรัฐหลายพันล้านดอลลาร์

ย้อนกลับไปในปี 2025 เขาเคยโจมตี เกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงที่เกิดไฟป่ารอบเมืองลอสแอนเจลิส โดยโทษว่าเป็นเพราะแนวทางการบริหารจัดการน้ำของรัฐ และการปกป้องสายพันธุ์สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ แม้ผู้เชี่ยวชาญจะแย้งว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวแทบไม่มีมูลความจริงเลยก็ตาม นอกจากนี้ ในช่วงวาระแรกของการดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ยังเคยปราศรัยวิจารณ์ว่าแคลิฟอร์เนียควรจะ "ทำความสะอาดพื้นป่า" (Clean your floors) เพื่อป้องกันเหตุไฟป่า

ความเคลื่อนไหวของทรัมป์ ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกรีพับลิกัน เช่น บิล ฮุยเซนกา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากรัฐมิชิแกน ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ความไร้ความสามารถของแคนาดาในการบรรเทา ควบคุม และป้องกันไฟป่า เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะไฟป่าประจำปีเหล่านี้บ่อนทำลายทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจของสหรัฐ

ในส่วนของสถานการณ์แคนาดา เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐออนแทรีโอต้องเผชิญกับเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดของปีนี้ ไฟป่าขนาดย่อมหลายจุดลุกลามมารวมกันในอุทยานแห่งชาติวอบาคิมี จนทำลายชุมชนของกลุ่มชนพื้นเมือง โดยมุขมนตรีรัฐออนแทรีโอระบุว่า มีชุมชนอย่างน้อย 10 แห่งที่ต้องอพยพ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้นำทั่วแคนาดา รวมถึงรัฐต่างๆ ของสหรัฐ เช่น แมสซาชูเซตส์และมินนิโซตา ที่ส่งความช่วยเหลือมาให้ โดยระบุว่า "เพื่อนบ้านย่อมต้องดูแลกันและกัน นี่คือเหตุผลที่ออนแทรีโอพร้อมอยู่เคียงข้างพันธมิตรสหรัฐของเราในยามยากลำบากเสมอ"

ปัญหาควันไฟป่าที่ลอยมาปกคลุมในครั้งนี้ได้สร้างความกังวลอย่างมากต่อความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup) นัดชิงชนะเลิศ ที่จะจัดขึ้นในรัฐนิวเจอร์ซีย์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ทว่าในขณะเดียวกัน รัฐบาลของทรัมป์เองก็กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือไฟป่าในประเทศเช่นกัน โดยหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า คณะบริหารของทรัมป์เพิ่งจะสั่งหั่นลดงบประมาณสำหรับการวิจัยด้านไฟป่าลง ซึ่งรวมถึงการตัดงบสนับสนุนห้องปฏิบัติการที่ใช้ศึกษาผลกระทบของควันไฟป่าที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์อีกด้วย