วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ค่ายรถ EV จีนอ่วม แต่ซัพพลายเออร์กลับรวยขึ้น

ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูง กำลังซ้ำเติมสงครามตัดราคาในตลาดอีวีจีน ส่งผลให้ผู้ผลิตรถหลายรายกำไรทรุดหรือพลิกขาดทุน ขณะที่ผู้ผลิตวัสดุแบตเตอรี่และโลหะต้นน้ำ กลับสร้างกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง กลายเป็น ‘ผู้ได้ประโยชน์มากที่สุด’ ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมนี้

“ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า” (อีวี) ของจีนกำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูง ควบคู่กับสงครามตัดราคาที่รุนแรง ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรกของหลายบริษัททรุดตัว แม้ยอดผลิตและยอดขายจะยังเติบโต ขณะที่ “ผู้ผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนต้นน้ำ” กลับได้รับอานิสงส์ ทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า BAIC BluePark ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ในเครือ Beijing Auto คาดว่าจะขาดทุนสุทธิ 1.77-1.97 พันล้านหยวน ในช่วงครึ่งปีแรก แม้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 38% และยอดขายเพิ่มขึ้น 7.3% โดยบริษัทระบุว่าต้นเหตุสำคัญมาจาก ราคาวัตถุดิบต้นน้ำที่ปรับตัวสูงขึ้น และแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม

สถานการณ์เดียวกันเกิดขึ้นกับ Seres Group พันธมิตรผลิตรถยนต์ของ Huawei ซึ่งคาดว่าจะพลิกจากกำไร 2.94 พันล้านหยวนในปีก่อน มาเป็นขาดทุน 1.5-1.8 พันล้านหยวน หลังต้นทุน ชิปหน่วยความจำ โลหะอุตสาหกรรม และลิเทียมคาร์บอเนต ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่บริษัทย่อย AITO Auto ก็มีแนวโน้มขาดทุนในไตรมาส 2 เช่นกัน

นักวิเคราะห์จาก Citi ปรับลดคำแนะนำหุ้น Seres จาก “ถือ” เป็น “ขาย” โดยให้เหตุผลว่า บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง ส่วนแบ่งตลาดที่ลดลง และความเสี่ยงจากการด้อยค่าสินทรัพย์ในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่

แม้แต่ BYD ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน ก็เริ่มได้รับผลกระทบ โดยยอดขายรถใหม่ในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 16% เหลือประมาณ 1.8 ล้านคัน นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 6 ปี ขณะที่กำไรไตรมาสแรกลดลงถึง 55%

ด้าน GAC Group คาดว่า ผลขาดทุนครึ่งปีแรกจะขยายตัวเป็น 4.57 พันล้านหยวน จาก 2.53 พันล้านหยวน ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการขายสูงขึ้น โครงสร้างยอดขายเปลี่ยนแปลง และต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากบริษัทร่วมทุนกับ Toyota และ Honda ที่ลดลงตามความนิยมของรถยนต์ญี่ปุ่นในจีนที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม GAC ยังเร่งขยายตลาดต่างประเทศ โดยยอดส่งออกรถแบรนด์ของตนเองเพิ่มขึ้น 132% ในครึ่งปีแรก

ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM) ระบุว่า ครึ่งปีแรก ยอดผลิตและยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ เพิ่มขึ้น 6.7% และ 7.3% ตามลำดับ แตะกว่า 7.4 ล้านคัน สวนทางกับตลาดรถยนต์โดยรวมที่ยอดผลิตและยอดขายลดลงราว 4% ขณะที่การส่งออกรถยนต์รวมพุ่ง 65.3% และเดือนมิถุนายนมียอดส่งออกทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรก

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิตวัตถุดิบกลับเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากวัฏจักรนี้อย่างชัดเจน CNGR Advanced Material ผู้ผลิตวัสดุแบตเตอรี่ คาดว่ากำไรสุทธิครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้น 71-84%

ขณะที่ Jiangsu Lopal Tech พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไร จากความต้องการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานที่ยังแข็งแกร่ง

ส่วน Aluminum Corporation of China (Chalco) คาดว่า กำไรสุทธิครึ่งปีแรกจะเพิ่มขึ้น 58-73% โดยนักวิเคราะห์มองว่า บริษัทได้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เอื้ออำนวย รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการจัดหาแร่บอกไซต์จากแหล่งของตนเองและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ภาพรวมสะท้อนว่า แม้อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนยังเติบโตด้านปริมาณการผลิตและยอดขาย แต่ผู้ผลิตรถยนต์กำลังถูกบีบจากการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรกลับไหลไปยังผู้ผลิตวัตถุดิบและซัพพลายเออร์ต้นน้ำ ซึ่งกลายเป็น “ผู้ชนะ” ของวัฏจักรอุตสาหกรรมในช่วงเวลานี้

อ้างอิง: nikkei