ทำไมฟิลิปปินส์
ถูก ‘โซลาร์จีน’ ถล่ม?
จากวิกฤติค่าไฟสุดในอาเซียนแพง สู่ตลาดเบอร์ 2 ของโลกเมื่อ 'ความต้องการรอด' ของประเทศแมตช์กับ 'ภาวะผลิตล้น' ของผู้ผลิตแดนมังกร รัฐเปิดทางสะดวกจนดีมานด์พุ่ง 582%
ภาพฝูงชนกว่า 700 คน ยอมขับรถไกลถึง 9 ชั่วโมงเพื่อมาเบียดเสียดกันในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เพื่อเข้าชม “แผงโซลาร์เซลล์” และระบบแบตเตอรี่จาก บริษัท จินโก โซลาร์ จำกัด (Jinko Solar) หนึ่งในผู้ผลิตโซลาร์เซลล์ชั้นนำของโลกจากประเทศจีน
บลูมเบิร์กรายงานว่าโซลาร์เซลล์จีนกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ฟิลิปปินส์อย่างหนัก จนทำให้ในปี 2569 นี้ ตลาดต่างประเทศของจีนในฟิลิปปินส์กลายเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน เป็นรองเพียงเนเธอร์แลนด์ที่เป็นศูนย์กลางของยุโรปตะวันตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้นแ
วิกฤติค่าไฟที่แพงที่สุดใน ‘อาเซียน’
ประเทศในเอเชียต่างได้รับผลกระทบจากค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางทำให้ตลาดน้ำมันและก๊าซปั่นป่วน จนหลายประเทศต้องทบทวนการจัดหาพลังงานใหม่
โรเบิร์ต ลิว นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา Wood Mackenzie ระบุว่า ราคาค่าไฟฟ้าในฟิลิปปินส์พุ่งสูงขึ้นอย่างน้อย 14% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และจากรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมโดย Ember สถาบันวิจัยด้านพลังงานชี้ว่า ปัจจุบันฟิลิปปินส์มีราคาค่าไฟฟ้าในครัวเรือนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีราคาค่าไฟฟ้าเชิงพาณิชย์สูงเป็นอันดับสอง
เมื่อค่าไฟแพงจนรับไม่ไหว ครัวเรือนและธุรกิจต่างหันมาใช้ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีอย่างมากต่อผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ในปักกิ่งไปพร้อมกัน
เซซาร์ อาร์เรียกา ผู้ที่อาศัยอยู่ในชานเมืองและมาร่วมงานที่เมืองดาเวากล่าวว่า "ผมชอบผลิตภัณฑ์จากจีนไม่เพียงเพราะราคาถูก แต่เพราะเทคโนโลยีมีความสามารถในการแข่งขันสูงด้วย"
เมื่อ 'ความต้องการรอด' ของฟิลิปปินส์ แมตช์กับ 'ภาวะผลิตล้น' ของจีน
ปัจจุบัน จีนเป็นแหล่งผลิตเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ที่ราคาถูกที่สุดและทันสมัยที่สุดในโลก โดยผลิตได้ประมาณ 80% ของปริมาณทั่วโลก
แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดภาวะผลิตมากเกินไปหรือ Oversupply จนอุตสาหกรรมในประเทศประสบภาวะขาดทุนมาหลายปี ตลาดใหม่อย่างฟิลิปปินส์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของอุตสาหกรรมนี้ แม้ว่าจะมีข้อตึงเครียดและข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ระหว่างสองประเทศเป็นระยะๆ ก็ตาม
ข้อมูลจาก Trade Data Monitor ระบุถึงตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจ พบว่าการส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ของจีนไปยังฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เฉพาะในเดือนมีนาคม การนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 262% เมื่อเทียบกับปีต่อปี
ผู้ซื้อชาวฟิลิปปินส์ใช้จ่ายเงินมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ไปกับแผงโซลาร์เซลล์จากจีนในปี 2569 นี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากซัพพลายเออร์เร่งส่งสินค้าล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงนโยบายการคืนภาษีส่งออกของจีน
ความต้องการนี้ได้ขยายตัวออกไปไกลจากมะนิลาไปยังศูนย์กลางภูมิภาคอย่างดาเวา ส่งผลให้ยอดขายของ Jinko Solar เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2565 ยอดขายของ Jinko ในฟิลิปปินส์เทียบเท่ากับเกือบ 1.5 กิกะวัตต์ ครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 1 ใน 4 ล่าสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทได้จัดส่งไปแล้วเกือบ 1 กิกะวัตต์
รัฐบาลเปิดทางสะดวก ไร้กำแพงภาษีกีดกัน
รายงานจาก Philippine Daily Inquirer ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายเสนอให้หน่วยงานมาตรฐานแห่งชาติของประเทศรับรองระบบและส่วนประกอบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์กลับแสดงให้เห็นสัญญาณน้อยมากที่จะใช้มาตรการกีดขวางทางการค้า ต่างจากสหรัฐอเมริกาและบางส่วนของยุโรปที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ
นั่นเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกัน ฟิลิปปินส์จะได้เข้าถึงเทคโนโลยีราคาถูกที่ติดตั้งง่ายในประเทศที่เป็นเกาะ ส่วนผู้ผลิตจีนได้เข้าถึงตลาดส่งออกที่โตเร็ว
นอกจากนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังอนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของกิจการพลังงานสะอาดได้อย่างเต็มที่ 100% อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในประเทศ และเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสูงสุด 500,000 เปโซ ราว 8,124 ดอลลาร์สำหรับโครงการพลังงานสะอาดในครัวเรือน พร้อมเร่งรัดโครงการพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 30 โครงการ
เดฟ โจนส์ นักวิเคราะห์ด้านไฟฟ้าอาวุโสจาก Ember กล่าวว่า "ราคาไฟฟ้าสูงมาก และผู้บริโภคก็กังวลว่าราคาจะสูงขึ้นอีก นี่จึงเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้ต้องลงมือทำในตอนนี้"
เช่นเดียวกับ เจฟฟรีย์ จาห์นเก้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Peak Energy ที่มองว่าฟิลิปปินส์เป็นตลาดสำคัญในอาเซียนเนื่องจากมีความต้องการเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน จากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงนำเข้า
ดีมานด์พุ่ง 582% แต่ซัพพลายตามไม่ทัน
ข้อมูลจาก New Energy Nexus เปิดเผยว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านในปลายเดือนกุมภาพันธ์ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเฉลี่ยต่อสัปดาห์ในฟิลิปปินส์พุ่งสูงขึ้นถึง 170%
แต่ปัญหาสำคัญในตอนนี้คือ จำนวนคำถามจากลูกค้าพุ่งสูงขึ้นถึง 582% ทำให้ความต้องการซื้อสูงเกินกว่าปริมาณสินค้าที่ตลาดจะส่งมอบได้จริง เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนในห่วงโซ่อุปทานและจำนวนช่างผู้ติดตั้งที่มีจำกัด
New Energy Nexus ระบุในรายงานเมื่อเดือนเม.ย.ว่า "ห่วงโซ่อุปทานไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในระดับนี้"
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ผลิตจีนอย่าง Jinko และคู่แข่งอย่าง บริษัท ทรินา โซลาร์ จำกัด (Trina Solar Co.) นี่คือโอกาสที่ไม่สามารถปล่อยให้หลุดมือไปได้
Trina Solar ได้กล่าวตอบคำถามของบลูมเบิร์กว่า "ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการซื้อแผงโซลาร์เซลล์เป็นส่วนประกอบเดี่ยวๆ ไปสู่การวางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้"


