จีนกำลังเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการ ‘ลงทุนในเหมือง’ ไปสู่การ ‘บริหารห่วงโซ่อุปทานแร่’ ผ่านกลไกใหม่ที่รัฐเข้ามากำกับมากขึ้น เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ในช่วงที่การเมืองโลกและการแข่งขันด้านแร่ กำลังเปลี่ยนโฉมการลงทุนระหว่างประเทศ
จีนกำลังยกระดับยุทธศาสตร์แร่ธาตุครั้งสำคัญ ด้วยการจัดตั้งบริษัทลงทุนแห่งใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง เพื่อเพิ่มอำนาจในการบริหารจัดการการลงทุนเหมืองแร่ในต่างประเทศ และรักษาความได้เปรียบในห่วงโซ่อุปทานแร่ของโลก
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า รัฐบาลจีนได้ผลักดันให้ “Guangyan International Investment Co.” หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “Vast Rock International Investment Co.” เข้ามาเป็นกลไกใหม่ในการสนับสนุนการลงทุนด้านเหมืองแร่ในต่างประเทศ ภายใต้ความริเริ่มของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการวางแผนเศรษฐกิจของประเทศ
บทบาทของ Guangyan จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการร่วมลงทุนในโครงการเหมืองแร่ แต่ยังครอบคลุมการให้คำปรึกษาด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง การประเมินสภาพตลาด และการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อช่วยให้บริษัทจีนสามารถดำเนินโครงการในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การจัดตั้งบริษัทดังกล่าวสะท้อนว่า จีนกำลังขยายบทบาทจากการเป็น “นักลงทุน” ไปสู่การเป็น “ผู้กำกับดูแล” การลงทุนด้านทรัพยากรในต่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น
ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทจีนได้ทุ่มเงินลงทุนในกิจการเหมืองแร่ทั่วโลกมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ตามข้อมูลของ Bain & Co.
ในช่วงที่บริษัทเหมืองรายใหญ่ของโลกต้องลดการลงทุนภายใต้แรงกดดันจากผู้ถือหุ้น บริษัทจีนกลับเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหมืองทองแดงและโคบอลต์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โครงการเหมืองแร่เหล็กขนาดใหญ่หลายแห่ง การพัฒนาอุตสาหกรรมนิกเกิลของอินโดนีเซีย จนกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก
การลงทุนเหล่านี้ ประกอบกับการสร้างกำลังการถลุงและแปรรูปแร่ภายในประเทศ ทำให้จีนสามารถครองผู้นำห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญของโลกได้อย่างที่แทบไม่มีประเทศใดเทียบได้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อสิบปีก่อนอย่างมาก ประเทศเจ้าของทรัพยากรเริ่มเรียกร้องผลประโยชน์มากขึ้น ทั้งการสร้างโรงงานแปรรูปในประเทศ การเพิ่มการจ้างงาน และการจัดเก็บภาษีที่สูงขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้การลงทุนในเหมืองแร่มีความเสี่ยงมากกว่าเดิม
รัฐบาลจีนจึงต้องการสร้างระบบกำกับดูแลการลงทุนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะการลงทุนในโลหะยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และบริหารความเสี่ยงของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การส่งเสริมให้บริษัทจีนร่วมลงทุนกับพันธมิตร แทนการถือครองโครงการทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว เพื่อลดความเสี่ยงทางการเมืองและแบ่งเบาภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
แม้ว่าบริษัทจีนจะไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องร่วมงานกับ Guangyan แต่รัฐบาลจีนกำลังสนับสนุนให้บริษัทต่าง ๆ ส่งข้อมูลแผนการลงทุน เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำก่อนดำเนินโครงการ
นอกจากนี้ ประกาศรับสมัครงานบนแพลตฟอร์ม WeChat ยังสะท้อนว่า Guangyan ได้เร่งขยายบุคลากรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อ้างอิง: bloomberg


