หน่วยงานยูเอ็นเตือน AI กระทบแรงงานในอาเซียนเกือบ 80 ล้านคน 'นักวิเคราะการเงิน-ผู้ผลิตสื่อ-โบรกเกอร์' เสี่ยงหนักสุด แต่ยังไม่พบคลื่นการปลดพนักงานครั้งใหญ่
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของแรงงานเกือบ 80 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ILO ระบุในรายงานว่ามีแรงงานเกือบ 80 ล้านคน หรือคิดเป็น 22.9% ของการจ้างงานทั้งหมดในประเทศสมาชิกอาเซียน "มีอาชีพที่ AI สามารถเข้ามาทำงานบางส่วนแทนมนุษย์ หรือช่วยสนับสนุนการทำงานได้"
ในจำนวนนี้มีแรงงานประมาณ 11.7 ล้านคน หรือ 3.3% ของการจ้างงานทั้งหมด อยู่ในอาชีพที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก AI สูงที่สุด
ยังไม่เห็นคลื่นการเลิกจ้างวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าความเสี่ยงนี้จะทำให้เกิดการ "ลดการจ้างงานในวงกว้าง"
รายงานระบุว่า การจ้างงานในอาชีพที่ AI มีศักยภาพสูงสุดในการเข้ามาทำงานแทนที่หรือช่วยสนับสนุน ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2017 และหลังจากที่เริ่มมี Generative AI เข้ามา ซึ่งสะท้อนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการจ้างงานในวงกว้าง
สำหรับอาชีพที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก AI สูง ได้แก่ "นักวิเคราะห์การเงิน ผู้ผลิตและพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย และโบรกเกอร์ทางการเงิน"
"ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า อาชีพที่ Generative AI มีแนวโน้มจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงลักษณะงานและกระบวนการทำงาน กำลังมีความสำคัญต่อโครงสร้างตลาดแรงงานมากขึ้น" ไอแอลโอระบุ
แม้ Generative AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพในการทำงานเฉพาะด้านได้ "แต่ประโยชน์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สามารถวัดได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านผลิตภาพโดยรวมและการจ้างงาน"
แม้ว่าบางบริษัทจะลดจำนวนพนักงานหรือปรับโครงสร้างกำลังคนเพื่อรองรับการนำ AI มาใช้งาน แต่ไอแอลโอพบว่าการจ้างงานในอาชีพที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจาก AI สูงที่สุด ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวกลับ "แตกต่าง" จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับหลายบริษัท ซึ่งมีการประกาศลดพนักงานที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Sea Limited ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม Shopee และ ไปจนถึงบริษัทใหญ่ในสหรัฐอย่าง Meta Platforms
สิงคโปร์เสี่ยงสุด ไทยก็ไม่รอด
"สิงคโปร์" เป็นประเทศที่มีสัดส่วนแรงงานในอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI สูงที่สุด คิดเป็น 42.2% ของการจ้างงานทั้งหมด รองลงมาคือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และ "ไทย"
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังได้รับการจัดอันดับว่ามีความพร้อมด้าน AI สูงที่สุด โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ก้าวหน้า บุคลากรที่มีทักษะจำนวนมาก และการดำเนินนโยบายด้าน AI ที่มีการบูรณาการในระดับรัฐบาล
ไอแอลโอเรียกร้องให้รัฐบาลแต่ละประเทศยกระดับการกำกับดูแล AI และบูรณาการนโยบายด้าน AI ภายใต้แนวทางที่ "ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง" โดยระบุว่าแนวทางดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยให้แรงงานและภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้
"ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ของตลาดแรงงานในอนาคตจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการได้รับผลกระทบจาก AI เพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับการกำหนดนโยบายเพื่อเสริมสร้างความพร้อมและความยืดหยุ่นของแรงงาน ภาคธุรกิจ และสถาบันต่างๆ ให้สามารถปรับตัวและก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ได้" ไอแอลโอระบุ
ที่มา: Bloomberg


