วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

จีน-รัสเซีย-อินเดียหัน ‘จีบเมียนมา’ ชิงเส้นทางการค้าใหม่ เลี่ยงคอขวด ‘มะละกา’

การแข่งขันของ 3 มหาอำนาจเอเชียกำลังเปลี่ยน ‘เมียนมา’ ให้เป็น ‘หมากตัวใหม่’ บนแผนที่การค้าโลก หลังจีน รัสเซีย และอินเดียเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเปิดเส้นทางขนส่งที่ ‘ไม่ต้องพึ่งช่องแคบมะละกา’ พร้อมดันประเทศสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค

เมียนมา” กำลังกลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานของ “3 มหาอำนาจเอเชีย” เมื่อจีน รัสเซีย และอินเดีย ต่างเร่งผลักดันโครงการคมนาคมและพลังงานขนาดใหญ่ เพื่อใช้ประเทศแห่งนี้เป็นศูนย์กลางเชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับเอเชียตะวันออก และลดการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือที่มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า เริ่มจากฝั่ง “จีน” เดินหน้าโครงการระเบียงเศรษฐกิจ จีน-เมียนมา หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เห็นพ้องเร่งก่อสร้างเส้นทางรถไฟและถนนจากเมืองรุ่ยลี่ ชายแดนจีน ผ่านเมืองมัณฑะเลย์ ไปยังท่าเรือน้ำลึกเจ้าผิวก์ (Kyaukphyu) ริมมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะช่วยให้จีนสามารถขนส่งสินค้าและพลังงานสู่ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอินเดีย “โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกาหรือทะเลจีนใต้ที่มีข้อพิพาท”

จีน-รัสเซีย-อินเดียหัน ‘จีบเมียนมา’ ชิงเส้นทางการค้าใหม่ เลี่ยงคอขวด ‘มะละกา’

- ภาพ: Institute for Strategy and Policy–Myanmar -

ขณะเดียวกัน “รัสเซีย” ก็เร่งขยายบทบาทผ่านความร่วมมือด้านพลังงาน โดยลงนามความร่วมมือกับเมียนมาเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวมถึงผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งเดิมเป็นโครงการที่ญี่ปุ่นและไทยสนับสนุน แต่ชะลอตัวจากปัญหาด้านเงินทุน รัสเซียยังมีแผนส่งออก LNG มายังทวาย ก่อนแปรสภาพเป็นก๊าซและส่งต่อผ่านท่อไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย

นโย ซอว์ รองประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวในการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนว่า “เมียนมาตั้งอยู่บนจุดตัดของเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้” พร้อมระบุว่า ประเทศแห่งนี้เป็น “สะพานทางบกตามธรรมชาติที่เชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย”

ด้าน “อินเดีย” เร่งผลักดันโครงการขนส่งหลายรูปแบบคาลาดาน (Kaladan Multi-Modal Transit Transport Project) ซึ่งถูกจับตาว่าเป็น “เส้นทางสายไหมของอินเดีย” รวมถึงยังผลักดันทางหลวง India-Myanmar-Thailand Trilateral Highway 1,400 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมอินเดีย เมียนมา และไทย หวังยกระดับการค้าชายแดนและผลักดันนโยบาย “Act East” ที่มุ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ โครงการคาลาดาน เป็นการบูรณาการการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางทะเล เพื่อส่งเสริมการค้าตามแนวชายแดน โดยท่าเรือ Sittwe ซึ่งเป็นประตูทางทะเลของโครงการ ได้เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566

แม้หลายโครงการจะล่าช้าจากความขัดแย้งกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธในเมียนมาหลังการรัฐประหารในปี 2564 แต่ทั้งสามประเทศยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าเมียนมากำลังมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก และอาจกลายเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่” ของภูมิภาคในอนาคต หากสถานการณ์ภายในประเทศเอื้ออำนวย
 

อ้างอิง: nikkeiisp