วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กำไร Samsung พุ่งทะยานเกินคาด อานิสงส์ความต้องการชิป AI บูม

กำไร Samsung พุ่งทะยานเกินคาด อานิสงส์ความต้องการชิปหน่วยความจำเอไอบูม คาดชิปยังขาดแคลนไปถึงปีหน้า ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป

บลูมเบิร์ก รายงานข่าวว่า กำไรรายไตรมาสของบริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics Co) พุ่งสูงขึ้นถึง 19 เท่า ซึ่งทะยานเกินความคาดหมายที่สูงอยู่แล้ว เนื่องจากความต้องการชิปหน่วยความจำที่จำเป็นสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เติบโตอย่างก้าวกระโดด

แม้กำไรพุ่งขึ้นแรง แต่กลับไม่สามารถสร้างความประทับใจให้แก่บรรดานักลงทุน ซึ่งคุ้นเคยกับผลเติบโตอันน่าตื่นตาตื่นใจของกลุ่มบริษัทผู้จัดหาชิปที่ป้อนให้กับอุตสาหกรรม AI ที่กำลังบูมทั่วโลก

ส่งผลให้หุ้นของ Samsung ร่วงลงไปมากถึง 6.8% ในตลาดหุ้นกรุงโซลเช้าวันอังคารนี้ (7 ก.ค.69) เนื่องจากนักลงทุนได้ซึมซับรับรู้ (priced in) คาดการณ์เรื่องอัตรากำไรที่สูงลิ่วของบรรดาผู้ผลิตชิปไปมากแล้ว ซึ่งเป็นอานิสงส์มาจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ครั้งประวัติศาสตร์ทั่วโลก”

ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกรายนี้รายงานกำไรจากการดำเนินงานขั้นต้นที่ 89.4 ล้านล้านวอน (ประมาณ 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.9 ล้านล้านบาท) ในช่วง 3 เดือนสิ้นสุด ณ เดือนมิถุนายน ซึ่งตัวเลขนี้บดบังผลประกอบการตลอดทั้งปี 2025 ของบริษัทไปอย่างสิ้นเชิง

ขณะที่นักวิเคราะห์พยากรณ์เฉลี่ยไว้ที่ 84.2 ล้านล้านวอน ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 171 ล้านล้านวอน เมื่อเทียบกับประมาณการเฉลี่ยที่ 169.2 ล้านล้านวอน ทั้งนี้ คาดว่า Samsung จะปล่อยรายงานทางการเงินฉบับเต็ม ซึ่งรวมถึงกำไรสุทธิ และการแบ่งสัดส่วนรายได้ตามรายแผนกในช่วงปลายเดือนนี้

กำไร Samsung พุ่งทะยานเกินคาด อานิสงส์ความต้องการชิป AI บูม

 

ผู้บริหารระดับสูงหลายราย รวมถึง เจนเซน หวง  ซีอีโอของบริษัท Nvidia Corp และ แบรด ไลต์แคป (Brad Lightcap) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ OpenAI กล่าวว่า ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำยังคงเป็นคอขวดสำคัญในการพัฒนา AI ด้านผู้ผลิตต่างกำลังให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการพัฒนาหน่วยความจำระดับไฮเอนด์เพื่อตอบสนองความต้องการของศูนย์ข้อมูล ส่งผลให้ปริมาณชิปหน่วยความจำแบบทั่วไป (Conventional Memory) มีไม่เพียงพอด้วยเช่นกัน นักวิเคราะห์คาดว่าภาวะขาดแคลนนี้จะลากยาวไปจนถึงปี 2027 เป็นอย่างน้อย ซึ่งทำให้ Samsung และบริษัทคู่แข่งอย่าง SK Hynix Inc และ Micron Technology Inc มีอำนาจในการกำหนดราคาอย่างมหาศาล

 

ข้อมูลจากธนาคาร HSBC ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวได้ผลักดันให้ราคาขายเฉลี่ยของชิป DRAM พุ่งสูงขึ้นกว่า 40% ในไตรมาสเดือนเมษายน-มิถุนายน เมื่อเทียบกับ 3 เดือนก่อนหน้า ขณะที่ราคาชิป NAND พุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 50%

 

ผลประกอบการของ Samsung กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนพยายามประเมินว่าการลงทุน และมูลค่าที่สูงลิ่วในกลุ่มอุตสาหกรรม AI จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน แม้ว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อต้นปีนี้ แต่ก็ต้องเผชิญกับความผันผวนจากความกังวลเรื่องการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น ภาวะกำลังการผลิตล้นตลาดที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงคำถามที่ว่าแผนการลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์จะคุ้มทุนหรือไม่

  • หุ้น Samsung พุ่งขึ้น 165% ปีนี้

หุ้นของ Samsung ซึ่งมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งชิป และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค มีผลงานต่ำกว่าหุ้นของคู่แข่งร่วมชาติอย่าง SK Hynix ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ชิปหน่วยความจำระดับไฮเอนด์ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผลของ AI โดยเฉพาะ โดยหุ้นของ Samsung ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเทขายในช่วง 5 วันทำการจนถึงวันศุกร์ ปรับตัวขึ้นมา 165% ในปีนี้เมื่อเทียบกับหุ้นของ SK Hynix ที่ทะยานขึ้นไปราว 260% นับถึงราคาปิดเมื่อวาน 

 

ผู้ผลิตชิปทั้งสองรายนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในความทะเยอทะยานของเกาหลีใต้ ที่จะแซงหน้าประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นผู้นำด้าน AI โดย Samsung Group และ SK Group มีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ฝ่ายละ 2 แห่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 800 ล้านล้านวอน เพื่อขยายกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว โดยประเทศเกาหลีใต้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำให้เป็นสองเท่าภายใน 5 ปี และสำหรับปี 2026 นี้ Samsung ได้ประกาศแผนการที่จะใช้เงินมากกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในการขยายกำลังการผลิต และการวิจัย

  • สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปราคาสูงขึ้นตาม

ปัจจุบันผู้ผลิตชิปกำลังเพลิดเพลินกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนสำหรับชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับตัวเร่งความเร็ว AI (AI Accelerators) ทว่าการปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตในครั้งนี้กลับส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำแบบทั่วไป ที่ใช้ในอุปกรณ์ทันสมัยส่วนใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อผลกำไร และทำให้ราคาขายพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์