วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ผู้ผลิตมือถือจีน ‘อ่วม’ Xiaomi หั่นเป้าผลิต 30%

กระแสลงทุน AI กำลังสะเทือนอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนทั่วโลก เมื่อชิป และชิ้นส่วนสำคัญถูกดึงไปป้อนศูนย์ข้อมูล AI จนเกิดภาวะขาดแคลน และต้นทุนพุ่งสูง ส่งผลให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ของจีนทยอย ‘หั่นเป้าการผลิต’ ในปีนี้ลงอย่างหนัก บางแบรนด์ลดลงถึง 30%

ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ของจีน นำโดย Xiaomi, Oppo, Vivo และ Honor กำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่จากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง และการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างรุนแรง จนต้องทยอย “ปรับลด” เป้าหมายการผลิต และการจัดส่งสมาร์ตโฟนในปี 2026 ลงอีกครั้ง โดยบางแบรนด์ลดลงมากถึง 30% สะท้อนวิกฤติครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม ที่กำลังถูกแย่งทรัพยากรจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ 

แหล่งข่าวหลายรายเปิดเผยกับเว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียว่า Xiaomi ซึ่งเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอันดับหนึ่งของจีน ได้แจ้งซัปพลายเออร์ให้ “ปรับลดคาดการณ์ยอดจัดส่ง” ในปีนี้เหลือเพียง 95 ล้านเครื่อง “ลดลงถึงประมาณ 30%” จากเป้าหมายก่อนหน้า 135 ล้านเครื่อง และห่างไกลจากยอดจัดส่งจริงในปี 2025 ที่สูงถึง 170 ล้านเครื่อง

สาเหตุสำคัญมาจากการขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดตัวสินค้า และกำหนดการผลิตของบริษัท อีกทั้ง Xiaomi ยังได้แจ้งซัปพลายเออร์บางรายว่า หากสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานไม่ดีขึ้น ก็อาจมีการปรับลดเป้าหมายลงอีกในอนาคต

ขณะที่ Oppo และ Vivo ต่างปรับลดเป้าหมายการจัดส่งลงมาเหลือ “ต่ำกว่า 90 ล้านเครื่อง”

ส่วน Honor แม้จะทำสถิติส่งมอบสมาร์ตโฟนได้ถึง 71 ล้านเครื่อง ในปีที่ผ่านมา แต่ก็ได้แจ้งซัปพลายเออร์ว่า บริษัทอาจไม่สามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้ในปี 2026

ผู้บริหารของบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรายหนึ่งกล่าวว่า ปัจจุบันการปรับลดเป้าหมายการผลิตลงอย่างน้อย 15% กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของลูกค้าผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีนหลายราย ขณะที่บางแบรนด์ลดลงมากกว่า 20-30% เมื่อเทียบกับแผนการผลิตที่เคยแจ้งไว้เมื่อปลายปี 2025

เขาระบุว่า Xiaomi เป็นแบรนด์ที่น่ากังวลที่สุด เนื่องจากจุดแข็งด้าน “ความคุ้มค่า” กำลังถูกท้าทายอย่างหนัก เมื่อราคาชิ้นส่วน และต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นแทบทุกประเภท ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถรักษาระดับราคาที่แข่งขันได้เหมือนในอดีต

ในอีกด้านหนึ่ง “ตลาดสมาร์ตโฟนมือสอง และการซ่อมบำรุง” กลับเติบโตสวนทาง เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะในจีน เลือกใช้งานโทรศัพท์เครื่องเดิมให้นานขึ้น หลังราคาสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหารจากผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจีนรายหนึ่งยอมรับว่า ปัจจุบันบริษัทแทบไม่สามารถวางแผนพัฒนาสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะสามารถจัดหาชิ้นส่วนที่จำเป็นได้หรือไม่

“ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะชิปหน่วยความจำ แต่รวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และชิปสนับสนุนอีกหลายชนิดที่ขาดแคลนเช่นกัน” เขากล่าว

ด้านศูนย์วิจัย Counterpoint Research คาดว่า ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกในปี 2026 จะ “หดตัวถึง 14%” ซึ่งถือเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากผลกระทบของวิกฤติชิ้นส่วน

ส่วน IDC ก็ประเมินในทิศทางเดียวกัน โดยคาดว่าตลาดสมาร์ตโฟนโลกจะลดลง 14% เช่นกัน และระบุว่า กลุ่มสมาร์ตโฟนระบบ Android ซึ่งรวมถึง Xiaomi, Oppo, Vivo และ Honor มีแนวโน้มหดตัวมากถึง 21%

อย่างไรก็ตาม IDC มองว่า “Samsung” มีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งได้ เนื่องจากบริษัทเน้นจำหน่ายสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม ซึ่งสามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ง่ายกว่า อีกทั้งยังมีความได้เปรียบด้านการเข้าถึงชิปหน่วยความจำจากการเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก

ผู้บริหารในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนกล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนระดับกลาง และระดับล่างได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะลูกค้าหลักเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคา ทำให้บริษัทไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนได้เต็มที่
 

 

 

 

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์