วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

จีนส่งออก 'อีวี' พุ่งกว่า 100% ต่างประเทศยอมรับรถยนต์จีนเพิ่มขึ้น

จีนส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่พุ่งกว่าสองเท่าในเดือนพ.ค. โต 112% แม้ยอดขายในประเทศยังชะลอตัวต่อเนื่องก็ตาม สะท้อนต่างประเทศตอบรับรถยนต์จีนมากขึ้น เป็นความหวังช่วยพยุงช่วงตลาดในประเทศยังชะลอตัว

KEY POINTS

  • ยอดส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนในเดือนพฤษภาคม พุ่งสูงขึ้น 112.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • การส่งออกกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน เพื่อชดเชยอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอลง
  • ความสำเร็จในการส่งออกได้รับแรงหนุนจากห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์จีนที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก
  • ผู้ผลิตรถยนต์จีนได้ขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ เช่น ลาตินอเมริกา และยุโรป เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออก

สมาคมรถยนต์นั่งจีน (CPCA) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดในวันนี้ว่า การส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีนในกลุ่มรถพลังงานใหม่ (NEV) ในเดือนพ.ค. พุ่งขึ้นถึง 112.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 424,000 คัน โดยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย. ที่ขยายตัว 4.4% 

ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) 59.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 66.1% เมื่อเทียบปีก่อน โดยรถไฟฟ้าขนาดเล็กในกลุ่มไมโครอีวี (A00) และกลุ่มซับคอมแพค (A0) คิดเป็นสัดส่วน 53.8% ของการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน

การส่งออก "รถยนต์ไฟฟ้า" ได้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน หลังการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอยังคงกดดันตลาดโดยรวม โดยยอดขายรถยนต์รวมในประเทศเดือนพ.ค. ลดลง  22.1% จากปีก่อน อยู่ที่ 1.51 ล้านคัน

ผู้ผลิตรถยนต์จีน ได้ขยายการทำตลาดในภูมิภาคต่างๆ มากขึ้น เช่น ลาตินอเมริกา และยุโรป ซึ่งช่วยชดเชยอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงในจีน และตะวันออกกลาง และทำให้ปริมาณการส่งออกยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

สมาคมรถยนต์นั่งจีน ระบุว่า การส่งออกยังได้รับแรงหนุนจาก "ห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าของจีนที่มีความพร้อมสูง" รวมถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ของจีน ส่งผลให้การส่งออกขยายตัวต่อเนื่องทั้งในตลาดระดับพรีเมียม และตลาดมหาชน และยังช่วยสนับสนุนเสถียรภาพโดยรวมของอุตสาหกรรม

ตลาดจีนยังชะลอตัว

สำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศ ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น CPCA มองว่าโมเมนตัมการฟื้นตัวในวงกว้างของตลาดรถยนต์จีนจะยังคงจำกัดอยู่ในเดือนมิ.ย. โดยอุตสาหกรรมมีแนวโน้มรักษาทิศทางการฟื้นตัวในระดับค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการครองตลาดของรถยนต์พลังงานใหม่ในจีนได้พุ่งขึ้นสู่ระดับ "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ที่ 62.9% ในเดือนพ.ค.  แม้ยอดขายปลีก NEV โดยรวมยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนก็ตาม และเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่ทะลุระดับ 60% สะท้อน "การหดตัวอย่างรวดเร็ว" ของตลาดรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน (ICE

ยอดขายปลีกรถยนต์นั่งทั่วประเทศในเดือนพ.ค. อยู่ที่ 1.51 ล้านคัน ลดลง 22.1% จากปีก่อน CPCA ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์จีนชะลอตัวคือ การหดตัวอย่างรวดเร็วของยอดขายรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ยอดขายปลีกรถเครื่องยนต์สันดาปลดลงถึง 39% เมื่อเทียบกับปีก่อน

สำหรับยอดขายปลีกในจีนเดือนพ.ค. แบ่งได้ดังนี้

  • BEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน อยู่ที่ 637,000 คัน เพิ่มขึ้น 3.9% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10.3% จากเดือนเม.ย.
  • PHEV หรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด อยู่ที่ 228,000 คัน ลดลง 23.0% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 19.3% จากเดือนเม.ย.
  • EREV หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์เครื่องยนต์สันดาปช่วยขยายระยะทาง อยู่ที่ 85,000 คัน ลดลง 28.0% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 11.2% จากเดือนเม.ย.

ส่วนในด้านผลการดำเนินงานของผู้ผลิตรถยนต์ ค่าย "บีวายดี" (BYD) ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน โดยมียอดขายปลีกรถยนต์พลังงานใหม่ในจีนอยู่ที่ 207,372 คันในเดือนพ.ค.

ส่วน "จีลี่ ออโต" (Geely Auto) และ "ฉางอาน ออโตโมบิล" (Changan Automobile) ตามมาเป็นอันดับถัดมา ด้วยยอดขาย 109,198 คัน และ 62,865 คัน ตามลำดับ ขณะที่ "เทสลา" (Tesla) มียอดขายปลีกในจีนอยู่ที่ 47,281 คันในเดือนพ.ค.

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์