Toyota เผยยอดขายรถยนต์ทั่วโลกเดือนเม.ย. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 หลังตลาดตะวันออกกลาง-จีน หดตัวหนัก ท่ามกลางผลกระทบความตึงเครียดสงครามในตะวันออกกลางและภาวะตลาดที่ยังอ่อนแอ
บริษัท "โตโยต้า มอเตอร์" (Toyota Motor Corp.) รายงานยอดขายทั่วโลกเดือนเม.ย. ปรับตัวลดลง 3.7% เมื่อเทียบปีก่อน อยู่ที่ 902,015 คัน ซึ่งนับเป็นยอดขายที่ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แล้ว จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง แม้ว่าโตโยต้าจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่รับมือวิกฤตินี้ได้ดีกว่าค่ายรถยนต์อื่นๆ ก็ตาม
สำหรับยอดขายในตลาด "จีน" ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมียอดขายเดือนเม.ย. หดตัวลง 25% ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังยากลำบาก ส่วนใน "สหรัฐ" ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของโตโยต้ามียอดขายลดลง 4.6%
ขณะที่ยอดขายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 24.2% ฟื้นตัวขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อก่อนการเปลี่ยนแปลงภาษีสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ดี ตัวเลข "การผลิต" ทั่วโลกในเดือนเม.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน อยู่ที่ 933,685 คัน
ตลาดตะวันออกกลางทรุดหนัก
ผลพวงของสงครามอิหร่านทำให้โตโยต้าส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางลดลงถึง "92%" เมื่อเทียบเดือนเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 2,418 คัน ขณะที่ยอดขายในภูมิภาคนี้ลดลงร่วงลง 33.7% เหลือเพียงกว่า 31,000 คัน
ทั้งนี้ โตโยต้ายังรับมือกับความขัดแย้งได้ดีกว่าผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ โดยยังคงเดินเครื่องสายการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง แม้เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เลวร้ายลงและยืดเยื้อจนเกิดการขาดแคลนสินค้า จะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของโตโยต้า และเผยให้เห็นว่าผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกพึ่งพาแหล่งจัดหาชิ้นส่วน วัสดุ และพลังงานจากกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียมากเพียงใด
ในการรายงานผลประกอบการก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนพ.ค. ทาคาโนริ อาซึมะ ผู้บริหารฝ่ายบัญชีและการเงินของโตโยต้าระบุว่าโดยปกติแล้ว บริษัทจะส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคดังกล่าวประมาณ 500,000 - 600,000 คันต่อปี แต่คาดว่าปีนี้จะส่งออกได้ไม่ถึงครึ่งของจำนวนดังกล่าว เนื่องจากผลกระทบของสงคราม
บริษัทยังคาดการณ์กำไรสำหรับปีงบการเงินปัจจุบันสิ้นสุดเดือนมี.ค. 2027 ว่าจะลดลงมากกว่าที่คาดเอาไว้ เนื่องจากบริษัทเตรียมรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากความปั่นป่วนของสงคราม โดยบริษัทคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานไว้ที่ 3 ล้านล้านเยน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ และต่ำกว่าปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3.8 ล้านล้านเยน
บรรดาซัพพลายเออร์ของโตโยต้า เตือนว่า เริ่มเห็นสัญญาณการขาดแคลนวัตถุดิบจากผลกระทบความขัดแย้งในอิหร่านแล้ว โดยผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ระบุว่า เป็นเรื่องยากที่จะชดเชยผลกระทบต่อผลประกอบการมูลค่า 670,000 ล้านเยน จากความปั่นป่วนในภูมิภาคดังกล่าว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานว่าโตโยต้ามีแผนจะ "ปรับลดกำลังการผลิตในต่างประเทศ" อีกประมาณ 83,000 คันในปีนี้ จากปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่ตึงเครียดในภูมิภาคดังกล่าว


