ส่งออกรถอีวีจีนพุ่ง 40% เดือนเม.ย. “บราซิล” ของขึ้นตลาดใหญ่สุดโตกว่า 200% ขณะไทยเป็นตลาดใหญ่สุดอันดับ 4 โลก สะท้อนผู้ผลิตจีนเร่งบุกตลาดเกิดใหม่ท่ามกลางแรงกดดันการค้าตะวันตก
การส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าจีน (อีวีจีน) ทั่วโลกในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 40% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 278,081 คัน โดยมี "บราซิล" กลายเป็นตลาดส่งออกรถอีวีที่ใหญ่ที่สุดของจีน หลังยอดนำเข้าพุ่งแรงกว่า 3 เท่า
ข้อมูลจากศุลกากรจีนระบุว่า จีนส่งออกรถอีวีไปยัง "บราซิล" 38,144 คัน ในเดือนเม.ย. หรือเพิ่มขึ้นถึง 221% จากปีก่อน และสูงที่สุดในบรรดาทุกประเทศและเขตแดนทั่วโลก ตามมาด้วย "เบลเยียม" ที่ 35,646 คัน เพิ่มขึ้น 79% และ "ออสเตรเลีย" อยู่อันดับ 3 ด้วยยอดนำเข้า 21,678 คัน เพิ่มขึ้น 100%
ขณะที่ "ประเทศไทย" อยู่อันดับ 4 ของโลก ด้วยยอดนำเข้า 19,882 คัน เพิ่มขึ้น 78% จากปีก่อน โดยไทยมียอดนำเข้าอีวีจีนสะสมตลอด 4 เดือนแรกของปีนี้ 57,900 คัน หรือเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบปีก่อน
เป็นที่น่าสังเกตว่า ยอดการส่งออกรถยนต์อีวีจีนไปต่างประเทศในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางผลกระทบของสงครามอิหร่านและวิกฤติราคาพลังงานทั่วโลก มีหลายประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงเกิน 100% โดยนอกจากบราซิลและออสเตรเลียที่ระบุถึงไปข้างต้นแล้ว ก็ยังมีประเทศ "เกาหลีใต้" ที่ขยายตัวถึง 190% อยู่ที่ 18,319 ในอันดับ 6 และประเทศ "เยอรมนี" ที่เติบโต 110% อยู่ที่ 7,925 คัน ในอันดับ 9
หากเปรียบเทียบในเชิงภูมิภาค "เอเชีย" ยังเป็นตลาดนำเข้ารถอีวีจีนที่ใหญ่ที่สุด โดยเดือนเม.ย. มีการนำเข้า 110,613 คัน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ตามด้วย "ยุโรป" ที่ 83,813 คัน เพิ่มขึ้น 36%
อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดคือ "ละตินอเมริกาและแคริบเบียน" ซึ่งนำเข้าอีวีจีนรวม 52,897 คัน เพิ่มขึ้นถึง 80% สะท้อนว่าผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังเร่งขยายตลาดไปยังประเทศกำลังพัฒนา ท่ามกลางแรงกดดันด้านกำแพงภาษีจากสหรัฐและยุโรป
สำหรับภูมิภาคโอเชียเนียมียอดนำเข้า 22,695 คัน เพิ่มขึ้น 106% ขณะที่ "อเมริกาเหนือ" แม้ฐานจะยังมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ แต่อัตราการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 264% สู่ระดับ 4,422 คัน
ขณะที่ยอดส่งออกอีวีของจีนไปยัง "สหภาพยุโรป" (อียู) เพิ่มขึ้น 41% จากปีก่อน สู่ระดับ 63,063 คัน แม้หลายประเทศในยุโรปจะเริ่มเพิ่มมาตรการกีดกันทางการค้าต่อรถอีวีจีนก็ตาม
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนยังคงเร่งขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนบางราย เช่น BYD ซึ่งเป็นค่ายรถอีวีใหญ่สุดอันดับ 1 ก็ประกาศเพิ่มเป้าหมายการส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะการแข่งขันของบรรดาค่ายรถยนต์จีนด้วยกันเอง
ที่มา: Bloomberg

