ญี่ปุ่นร่วงจากอันดับ 2 ลงมาเป็น ‘ประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก’ ตามหลังจีน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนการขยับขึ้นของมหาอำนาจอย่างจีน แต่ยังจุดคำถามต่อสถานะ ‘เงินเยนสินทรัพย์ปลอดภัย’ ที่ญี่ปุ่นเคยครองมานานหลายทศวรรษ
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า อันดับของ “ญี่ปุ่น” ร่วงลงตามหลังจีน กลายเป็น “ประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่อันดับ 3 ของโลก” ในปี 2025 แม้จะทำสถิติใหม่ด้านมูลค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศก็ตาม
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิในต่างประเทศของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 561.8 ล้านล้านเยน ณ สิ้นปี 2025
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังถูกจีนแซงหน้า หลังสินทรัพย์สุทธิในต่างประเทศของจีนเติบโตเร็วกว่า จนแตะ 636.3 ล้านล้านเยน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงหนึ่งปีหลังจากที่ญี่ปุ่นเสียตำแหน่ง “ประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก” ให้กับเยอรมนีเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี โดยในปี 2025 เยอรมนียังคงครองอันดับ 1 ด้วยมูลค่า 675.5 ล้านล้านเยน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สถานะการเป็นประเทศเจ้าหนี้ของญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินเยนมีภาพลักษณ์เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ในช่วงวิกฤติตลาด แต่สถานะดังกล่าวเริ่มไม่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อค่าเงินเยนอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปี
“ไม่ว่าจะอยู่อันดับใด ฐานะสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิของญี่ปุ่นก็ยังมีขนาดมหาศาล” ไดสุเกะ คาราคามะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของธนาคาร Mizuho Bank กล่าว
“คำถามสำคัญคือ ในโลกปัจจุบันที่มีความสงบสุขน้อยลงมาก การถือครองสินทรัพย์จำนวนมหาศาลในต่างประเทศยังถือเป็นข้อดีอยู่หรือไม่”
คาราคามะ ระบุว่า ในอดีต การที่ญี่ปุ่นมีสินทรัพย์ในต่างประเทศจำนวนมาก เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เงินเยนถูกมองเป็นสกุลเงินปลอดภัยในช่วงตลาดผันผวน
“แต่ในปัจจุบัน การมีสินทรัพย์จำนวนมากในต่างประเทศ อาจกลับทำให้เกิดคำถามด้านความมั่นคง และการคุ้มครองสินทรัพย์มากขึ้น”
สินทรัพย์สุทธิในต่างประเทศของประเทศหนึ่งหมายถึง มูลค่าสินทรัพย์ในต่างประเทศที่ประชาชน และองค์กรภายในประเทศถือครอง หักลบด้วยสินทรัพย์ภายในประเทศที่ชาวต่างชาติถือครอง โดยปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ตัวเลขนี้สะท้อนภาพรวมของดุลบัญชีเดินสะพัดสะสมในระยะยาว
คาราคามะ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศ (FDI) ในช่วงที่นายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผลักดันการลงทุนภายในประเทศเป็นหนึ่งในแกนหลักของนโยบายเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น ระบุว่า การที่เยอรมนี และจีน มีฐานะดีขึ้น มาจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงขึ้น โดยมีการค้าเป็นแรงสนับสนุนหลัก
ขณะเดียวกัน การเติบโตของฐานะสินทรัพย์สุทธิของญี่ปุ่นที่ชะลอลง ยังสะท้อนการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ภายในประเทศที่นักลงทุนต่างชาติถือครอง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น ทำให้ภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เมื่อมองไปข้างหน้า คาราคามะ มองว่า จีนอาจทิ้งห่างประเทศอื่นอย่างชัดเจนในด้านสินทรัพย์สุทธิในต่างประเทศ หลังจากแข่งขันกับเยอรมนีในช่วงหนึ่ง เนื่องจากจีนมีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่แข็งแกร่ง
ข้อมูลล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่า สินทรัพย์ต่างประเทศของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อนหน้า สู่ระดับประมาณ 1,806 ล้านล้านเยน โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนของภาคธุรกิจในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ และสวิตเซอร์แลนด์
ขณะเดียวกัน หนี้สินเพิ่มขึ้น 10.5% สู่ระดับ 1,244 ล้านล้านเยน โดยดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวขึ้นถึง 26% ในปี 2025 และทะลุระดับ 50,000 จุด
อ้างอิง: bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





