เรือยักษ์ซูเปอร์แทงเกอร์บรรทุกน้ำมันดิบอิรักออกจากอ่าวเปอร์เซีย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว ขณะการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่านยังเดินหน้าต่อ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่ขนน้ำมันดิบอิรักไปยังจีนได้ออกจากอ่าวเปอร์เซีย และแล่นข้ามเส้นปิดล้อมของสหรัฐเข้าสู่ทะเลอาหรับแล้ว ท่ามกลางการเจรจาที่ดำเนินต่อไปเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) ชื่อ Eagle Verona ได้แล่นจากทะเลโอมานเข้าสู่ทะเลอาหรับ โดยบรรทุกน้ำมันดิบอิรักราว 2 ล้านบาร์เรลมุ่งหน้าไปจีน จากข้อมูลติดตามเรือที่จัดทำโดยบลูมเบิร์ก
การออกเดินทางของเรือบรรทุกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียกำลังถูกตลาดน้ำมันจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเรือส่วนใหญ่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ นับตั้งแต่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย หลังถูกสหรัฐ และอิสราเอลโจมตีเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ การปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวทำให้เรือส่วนใหญ่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ และขณะเดียวกันก็กันไม่ให้เรือลำอื่น ๆ เดินทางเข้าสู่ภูมิภาคที่อุดมด้วยน้ำมันและก๊าซแห่งนี้
- สหรัฐ-อิหร่านเจรจากันต่อ
สหรัฐและอิหร่านกำลังก้าวไปทีละขั้นสู่ข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐระบุเมื่อวันอาทิตย์ (24 พ.ค. 69) ว่าทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงที่จะเปิดเส้นทางเดินเรือนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่าข้อตกลงสันติกับอิหร่าน “ได้เจรจากันไปมากแล้ว” แต่สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านปฏิเสธ โดยระบุว่าคำกล่าวดังกล่าว “ห่างไกลจากความเป็นจริง” โดยไม่ได้อ้างถึงแหล่งข่าวใด
จากข้อมูลติดตามเรือ ระบุว่า VLCC ลำนี้ได้บรรทุกน้ำมันที่ท่าเรือน้ำมันบาสราเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือนิงโปของจีน โดยมีกำหนดถึงในวันที่ 12 มิถุนายน
การออกเดินทางของเรือลำนี้เกิดขึ้นถัดจากเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ชื่อ Al Hamra ซึ่งบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวเที่ยวแรกจากอ่าวเปอร์เซียไปยังอินเดียนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น
- เรือมากกว่า 30 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เรือ 33 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน เรือคอนเทนเนอร์ และเรือพาณิชย์ประเภทอื่น ๆ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) สำนักข่าวกึ่งทางการ Iranian Students’ News Agency รายงานเมื่อวันอาทิตย์โดยอ้างแถลงการณ์ของ IRGC
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือสหรัฐซึ่งได้ประกาศปิดล้อมท่าเรืออิหร่านตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ระบุผ่านบัญชี X ของกองบัญชาการกลางสหรัฐเมื่อวันเสาร์ว่า ในช่วงเวลาปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเป็นเวลา 6 สัปดาห์นั้น สหรัฐได้สั่งให้เรือพาณิชย์เปลี่ยนเส้นทางไปแล้ว 100 ลำ
สำหรับเรือ Eagle Verona ตามฐานข้อมูลทางทะเล Equasis ระบุว่าเป็นของบริษัท AET Inc PTE Ltd ซึ่งเป็นบริษัทมาเลเซียที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ ทั้งนี้บริษัทไม่ได้ตอบอีเมลที่ส่งไปนอกเวลาทำการเมื่อวันอาทิตย์ ข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัทยังระบุว่า AET เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท MISC ซึ่งอยู่ในเครือกลุ่มบริษัท PETRONAS โดย MISC และ AET ใช้ที่อยู่เดียวกันในสิงคโปร์ตามข้อมูลของ Equasis

