วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังสหรัฐ-อิหร่านขยับเข้าใกล้ข้อตกลงสงบศึก

ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังสหรัฐ-อิหร่านขยับเข้าใกล้ข้อตกลงสงบศึก

ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังสหรัฐขยับเข้าใกล้ข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุติสงครามอิหร่าน แต่ทรัมป์บอกไม่รีบตกลง ขณะอิหร่านเตือนการเจรจาล่มได้ทุกเมื่อ

บลูมเบิร์ก รายงานวันนี้ (25 พ.ค. 69) ว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในการเปิดการซื้อขายสัปดาห์ใหม่ หลังจากสหรัฐ และอิหร่านขยับเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะระบุว่าการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซโดยสหรัฐจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าข้อตกลงจะเสร็จสมบูรณ์  

 

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานในตลาดโลก ร่วงลงมากถึง 4.2% สู่ระดับ 99.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่สัปดาห์ก่อนเพิ่งดิ่งลงมามากกว่า 5% ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ 92 ดอลลาร์ ทรัมป์ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เขาจะไม่ “เร่งรีบ” ทำข้อตกลง ซึ่ง “ยังไม่ได้ต่อรองกันเสร็จสิ้นด้วยซ้ำ” โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเตือนว่า ก่อนจะมีการให้สัตยาบันข้อตกลงโดยทั้งสองฝ่ายอาจใช้เวลาอีกหลายวัน  

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าจะจัดการกับ “ประเด็นต่างที่สำคัญ” อย่างไรในข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชะตากรรมของโครงการนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลาม หรือข้อเรียกร้องของเตหะรานเรื่องการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร สำนักข่าวกึ่งทางการทาสนิมของอิหร่านรายงานว่า ร่างข้อตกลงยังเสี่ยง “ล่มได้ทุกเมื่อ” เนื่องจากฝ่ายสหรัฐขัดขวางบางประเด็นสำคัญ เช่น ข้อเรียกร้องของอิหร่านที่ให้ปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด  

 

ตลาดพลังงานโลกถูกเขย่าอย่างหนักจากวิกฤตที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ความขัดแย้งลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซ และบีบให้ผู้ผลิตในภูมิภาคต้องลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบรวมกันหลายล้านบาร์เรลต่อวัน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเชื่อมภูมิภาคดังกล่าวกับตลาดโลก ต้องเผชิญ “การปิดล้อมสองชั้น” จากทั้งเตหะรานและวอชิงตัน  

 

 

การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ซึ่งในภาวะปกติรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราวหนึ่งในห้าของโลก จะเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้  

  • แรงกดดันทางการเมืองในสหรัฐ

ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศให้หาทางยุติสงครามมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนที่จะชี้ขาดการครองเสียงในสภาคองเกรส สงครามดังกล่าวได้ดันต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้สูงขึ้น โดยราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ในเดือนนี้  

 

เควิน แฮสเซตต์ ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ที่ทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์ฟอกซ์นิวส์  เมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาคาดว่าราคาพลังงานจะ “ร่วงลง” หลังมีข้อตกลงกับอิหร่าน ซึ่งจะเปิดช่องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ “เราคาดว่าราคาพลังงานจะดิ่งลงทันทีที่มีข้อตกลง” แฮสเซตต์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures  

 

ทั้งนี้ ปริมาณการซื้อขายน้ำมันในวันจันทร์อาจเบาบางกว่าปกติ เนื่องจากเทรดเดอร์บางส่วนหยุดงานในช่วงวันหยุดราชการในสหรัฐและสหราชอาณาจักร