‘หุ้นอินโด’ ระส่ำ หลังโดนคำเตือนจาก MSCI เรื่อง ‘ความโปร่งใส’ เสี่ยงหลุดชั้นไปตลาดชายขอบ ฉุดมั่งคั่งเศรษฐีเบอร์ 1 เจ้าของอาณาจักรพลังงาน และเหมืองแร่ วูบ 9 พันล้านดอลลาร์
KEY POINTS
คำเตือนจาก MSCI
MSCI ออกรายงานระบุความกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบการรายงานรายชื่อผู้ถือหุ้นของอินโดนีเซีย โดยระบุว่าโครงสร้างการถือครองหุ้นนั้น "คลุมเครือ" ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากหุ้นจำนวนมากถูกถือครองโดยคนเพียงไม่กี่คน ทำให้ปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดมีน้อยเกินไปจนราคาหุ้นพุ่งสูงเกินจริง
เรื่องนี้ทำให้ ดัชนี Jakarta Composite ปิดร่วงลงกว่า 7% ในวันพุธ และดิ่งลงต่อเนื่องถึง 10% ในวันนี้ (29 ม.ค.69)
นักลงทุนเรียกร้องให้อินโดนีเซียกระชับกฎระเบียบมานานหลายปี เนื่องจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียมีลักษณะพิเศษคือ บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ถูกควบคุมโดยบุคคลหรือนิติบุคคลเพียงไม่กี่ราย โดยมีหุ้นที่ซื้อขายได้จริงในตลาดน้อยมาก ซึ่งกฎหมายกำหนดขั้นต่ำเพียง 7.5% สิ่งนี้ทำให้ราคาหุ้นผันผวนอย่างไม่มีเหตุผล และเกิดความกังวลเรื่องการปั่นราคาตลาด
Tareck Horchani นักวิเคราะห์จาก Maybank Securities สิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า "การระงับของ MSCI คือ การเตือน หากทางการอินโดนีเซียแสดงให้เห็นความคืบหน้า ความตึงเครียดจะคลี่คลาย แต่ถ้าไม่ ความเสี่ยงจะยังคงอยู่สูงต่อไป"
เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ใน “ตลาดทุนอินโดนีเซีย” เมื่อมูลค่าความมั่งคั่งของเหล่ามหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศลดลงรวมกันเกือบ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ประมาณ 7.7 แสนล้านบาท หลังจากที่ MSCI สถาบันจัดทำดัชนีระดับโลก ออกมาตั้งคำถามสำคัญถึงความโปร่งใสของโครงสร้างผู้ถือหุ้น และมูลค่าหุ้นที่แท้จริงของบริษัทจดทะเบียนในอินโดนีเซีย
มั่งคั่งมหาเศรษฐีเบอร์ 1 วูบ 9 พันล้านดอลลาร์
ปรายอโก ปางเสตู (Prajogo Pangestu ) มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของอินโดนีเซีย เจ้าของอาณาจักรพลังงาน และเหมืองแร่คือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ข้อมูลจาก Bloomberg Billionaires Index ระบุว่า มูลค่าทรัพย์สินลดลงประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 3.15 แสนล้านบาท ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เหลือประมาณ 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ และทรัพย์สินของเขาลดลงไปแล้วรวมกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้
สาเหตุหลักมาจากหุ้นในเครือของเขาที่ดิ่งลงอย่างรุนแรง โดยปางเสตูถือหุ้นใน Barito Pacific Tbk PT (71%) และ Petrindo Jaya Kreasi Tbk PT (84%) ซึ่งทั้งสองบริษัทราคาปิดร่วงลงมากกว่า 12% เมื่อวันพุธที่ 28 ม.ค.69 ที่ผ่านมา
ไม่ใช่แค่ปางเสตูเท่านั้นที่ทรัพย์สินหายไป มหาเศรษฐีรายอื่นๆ ก็โดนหางเลขด้วยเช่นกัน
ฮาร์ยันโต จิปโตดิฮาร์ดโจ (Haryanto Tjiptodihardjo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเจ้าของบริษัท PT Impack Pratama Industri Tbk ทรัพย์สินหายไปเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ ใน 2 วัน หลังหุ้นบริษัทพลาสติก Impack Pratama Industri Tbk PT ที่เขาถืออยู่ 85% ในพอร์ตร่วงลง 15%
ไมเคิล ฮาร์โตโน (Michael Hartono) เป็นเจ้าของ Bank Central Asia (BCA) ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย
โลว์ ทัค ควอง (Low Tuck Kwong) ผู้ก่อตั้ง และประธานบริษัท PT Bayan Resources Tbk เจ้าพ่อเหมืองถ่านหิน ต่างรายงานตัวเลขขาดทุนมหาศาลเช่นกัน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





