วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หลากปฏิกิริยาหลัง'ตาลีบัน'ยึดกรุงคาบูล

หลังสิ้นสุดเสียงประกาศว่ากองกำลังติดอาวุธตาลีบันเคลื่อนเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ผู้คนที่กำลังเดินอยู่ตามท้องถนนสายต่างๆ ก็มีอาการตื่นตระหนก สับสน และไม่มั่นใจว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

หลังสิ้นสุดเสียงประกาศว่ากองกำลังติดอาวุธตาลีบันเคลื่อนเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ผู้คนที่กำลังเดินอยู่ตามท้องถนนสายต่างๆ ก็มีอาการตื่นตระหนก สับสน และไม่มั่นใจว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนรีบเดินทางกลับที่พักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้จากเสียงประกาศสั่งให้ทุกคนเข้าไปอยู่ในบ้านเพื่อความปลอดภัย

“อัับดุล ซาตาร์ เมอร์ซักวัล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของอัฟกานิสถาน กล่าวกับประชาชนผ่านวิดีโอว่าจะมีการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติวิธีแก่กลุ่มตาลีบัน พร้อมยืนยันว่า กรุงคาบูลไม่ได้ถูกโจมตีและจะไม่ถูกโจมตี เรียกร้องให้ประชาชนอย่าให้ความสนใจการโฆษณาชวนเชื่อใดๆ เพราะจะมีการทำข้อตกลงถ่ายโอนอำนาจในกรุงคาบูลด้วยความสงบเรียบร้อย

ด้าน“อาลี ซินา”นักศึกษาภาควิชาเศรษฐศาสตร์และเป็นชาวกรุงคาบูล บอกว่า“ผมคิดว่าการที่รัฐบาลในกรุงคาบูลยอมจำนนต่อกลุ่มตาลีบันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วเพราะจะได้ไม่เกิดความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและชีวิตผู้คน”

เมื่อถามว่าเขาคิดว่าจะใช้ชีวิตต่อไปได้หรือไม่ภายใต้การปกครองของตาลีบัน นักศึกษาคนนี้บอกว่า “คิดว่าได้”

ส่วนอีกคนที่บอกแค่ว่าชื่อ“ฮามิดัลเลาะห์”เพื่อความปลอดภัย บอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วสิ้นหวังมากว่า“ผมกลัวการปกครองของตาลีบัน ผมทำงานกับกองทัพสหรัฐและถ้าตาลีบันปกครองกรุงคาบูล ปกครองอัฟกานิสถาน พวกเขาจะฆ่าเรา ถ้าพวกเขารู้เรื่องของผม”

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดความตื่นตระหนึกขึ้นในหมู่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงคาบูล โดยชาวเมืองบางส่วนพยายามที่จะเดินทางไปสนามบินเพื่อออกนอกประเทศ รถยนต์จำนวนมากได้ถูกทิ้งไว้ และผู้คนอีกกลุ่มใหญ่ก็เลือกที่จะเดินเท้า เพราะการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักในเมืองหลวง

มีรายงานว่า ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน หนีออกนอกประเทศไปแล้วก่อนที่ตาลีบันจะประกาศชัยชนะและบอกว่า“สงครามอัฟกันสิ้นสุดลงแล้ว”

ขณะที่ชาวเมืองบางส่วนเร่งถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม และต่อแถวกันเพื่อขอเอกสารการเดินทางที่สำนักงานหนังสือเดินทางและศูนย์ดำเนินการขอวีซ่าต่างชาติ

“ฟาร์ซานา โคชา” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงคาบูล บอกว่าประชาชนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ขณะที่กลุ่มติดอาวุธตาลีบันเข้ามายึดเมืองไว้หมดแล้ว

“บางคนวิ่งหนี และบางคนก็ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน” โคชากล่าว

ดูเหมือนปฏิกิริยาของผู้คนในกรุงคาบูลจะสอดคล้องกับความวิตกกังวลของหน่วยงานที่ดูแลทุกข์สุขของผู้คนในประเทศที่บอบช้ำจากสงคราม โดย"อันโตนิโอ กูเตอร์เรส" เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มตาลีบันและทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนในอัฟกานิสถาน

เลขาธิการยูเอ็นแสดงความกังวลเป็นอย่างมากต่ออนาคตของสตรีและเด็กผู้หญิงในอัฟกานิสถาน หลังจากกลุ่มตาลีบันสามารถยึดครองกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานได้แล้ว

"เราได้รับรายงานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกดขี่ข่มเหงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอัฟกานิสถาน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสู้รบ สิ่งที่เรากังวลมากในขณะนี้คืออนาคตของกลุ่มสตรีและเด็กผู้หญิงชาวอัฟกานิสถาน ซึ่งคนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง การกดขี่ข่มเหงทุกรูปแบบจำเป็นต้องยุติ" กูเตอร์เรส กล่าวในแถลงการณ์

ในช่วงที่กลุ่มตาลีบันปกครองอัฟกานิสถานนั้น สตรีไม่สามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ ขณะที่เด็กผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้ไปโรงเรียน นอกจากนี้ สตรีทุกคนจะต้องสวมผ้าปกคลุมใบหน้าให้มิดชิดและหากจำเป็นต้องออกจากบ้านก็จะต้องไปกับญาติที่เป็นผู้ชายเท่านั้น

ส่วนชาวต่างชาติในกรุงคาบูลก็มีความชุลมุนวุ่นวายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติฮามิด คาร์ไซ ในกรุงคาบูล ที่มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่นี่ ด้วยความหวังว่าจะหนีออกจากประเทศนี้ ขณะที่รัฐบาลของ 60 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องขอการรับรองความปลอดภัยจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอัฟกานิสถาน เพื่อรับประกันการเดินทางออกนอกประเทศอย่างปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การทูตต่างชาติ พลเมืองต่างชาติ และเจ้าหน้าที่อัฟกันที่มีความประสงค์เดินทางออกจากอัฟกานิสถาน