วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถึงเวลาลุย! นายอำเภอหญิงอัฟกันรับสมัครกองกำลังต้านตาลีบัน

นายอำเภอหญิงทางภาคเหนือของอัฟกานิสถาน เร่งรับสมัครกองกำลังต้านตาลีบัน ที่ยึดพื้นที่ไปแล้วครึ่งอำเภอ จำต้องปกป้องที่เหลือให้ได้

ซาลิมา มาซารี นายอำเภอหญิงในประเทศชายเป็นใหญ่อย่างอัฟกานิสถานนั่งเบาะหน้ารถกระบะตะลอนไปเขตชนบททางภาคเหนือของประเทศ ทำภารกิจรับสมัครกองกำลังชายเป็นด่านหน้าสู้กับตาลีบันที่ครอบครองพื้นที่ชนบทของประเทศได้มากมาย นับตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.  ที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สั่งถอนทหารสหรัฐกลับมาตุภูมิ

มาซารีดูแลอำเภอชาร์คินท์ เขตภูเขาห่างจากมาซาร์ อี ชารีฟ จ.บัลค์ ไปทางใต้ราว 1 ชั่วโมง เธอกล่าวว่า ตาลีบันเหยียบย่ำสิทธิมนุษยชน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ภายใต้การปกครองของตาลีบันห้ามผู้หญิงและเด็กผู้หญิงเรียนหนังสือหรือทำงาน แต่แม้กลุ่มติดอาวุธนี้หมดอำนาจลงในปี 2544 ทัศนคติก็เปลี่ยนแปลงไปช้ามาก นายอำเภอหญิงกล่าวว่า สังคมยังไม่พร้อมยอมรับผู้นำสตรี

นอกจากเป็นนายอำเภอแล้ว มาซารียังเป็นสมาชิกกลุ่มฮาซาราที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชีอะห์ ซึ่งตาลีบันซุนนีมองว่าเป็นพวกนอกรีต จึงตกเป็นเป้าของตาลีบันและนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส) เสมอ เช่น การโจมตีโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงคาบูลเมื่อเดือน พ.ค. คร่าชีวิตเด็กหญิงกว่า 80 คน

อำเภอของมาซารีครึ่งหนึ่งถูกตาลีบันควบคุมไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเธอจึงต้องเร่งรับสมัครนักรบมาปกป้องพื้นที่ส่วนที่เหลือ

ชาวบ้านหลายร้อยคน ทั้งชาวนา คนเลี้ยงสัตว์ และผู้ใช้แรงงานมาร่วมรบด้วยต้นทุนมหาศาล

“คนของเราไม่มีปืน แต่พวกเขาก็ยอมขายวัว ขายแกะ หรือแม้แต่ที่ดินมาซื้ออาวุธ พวกเขาออกไปอยู่แนวหน้าทุกวันทุกคืนโดยไม่มีเงินเดือนหรือการยกย่องใดๆ ทั้งสิ้น”

ซาอิด นาซีร์ ผู้บังคับการตำรวจอำเภอเชื่อว่า เหตุผลเดียวที่ตาลีบันยังยึดอำเภอนี้ไม่ได้ก็เพราะการต้านทานของชาวบ้าน

“ความสำเร็จของเรามาจากการสนับสนุนของชาวบ้าน” ผบ.ตร.ท้องที่กล่าวอย่างภาคภูมิ แม้ขาจะมีบาดแผลจากการสู้รบกับตาลีบันครั้งล่าสุด

นับถึงขณะนี้มาซารีรับสมัครชาวบ้านได้ราว 600 คน มาเป็นกองหนุนทหารในอำเภอ หนึ่งในนั้นคือซาอิด มูนาวาร์ วัย 53 ปี ที่ลุกขึ้นมาจับอาวุธหลังจากทำเกษตรมา 20 ปี

“เราเคยเป็นช่างฝีมือและผู้ใช้แรงงานจนกระทั่งพวกเขาโจมตีหมู่บ้านเรา ตาลีบันยึดหมู่บ้านใกล้ๆ ได้แล้วรื้อพรมและข้าวของ เราจำเป็นต้องซื้ออาวุธและกระสุนมาป้องกันตัว”

ฟาอิซ โมฮัมหมัด วัย 21 ปี อาสาสมัครอีกรายต้องพักการเรียนรัฐศาสตร์มาสู้กับตาลีบันก่อน เขาไม่เคยเห็นภาพการสู้รบมาก่อนจนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อนที่เกิดการสู้รบขึ้น 3 คร้ัง

“ครั้งรุนแรงสุดเกิดขึ้นไม่กี่คืนก่อนหน้านี้ เราต้องตอบโต้การโจมตีถึง 7 ครั้ง”

ชาวบ้านอำเภอชาร์คินท์ยังคงมีความทรงจำเลวร้ายถึงการใช้ชีวิตใต้การปกครองของตาลีบัน ก่อนระบอบการปกครองสุดโต่งนี้จะถูกโค่นลงเมื่อกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐบุกอัฟกานิสถานในปี 2544 และนายอำเภอมาซารีก็รู้ดีว่า ถ้าตาลีบันกลับมาพวกเขาไม่ยอมให้ผู้หญิงเป็นผู้นำเด็ดขาด

“ผู้หญิงจะไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ เด็กๆ ของพวกเราจะไม่ได้ทำงาน” มาซารีกล่าวขณะเป็นประธานการประชุมหัวหน้ากลุ่มนักรบ ณ ที่ว่าการอำเภอ เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป