'สหรัฐ'หารือ'อาเซียน'ผ่าวิกฤตการเมืองเมียนมา ขณะพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่ายประกาศนั่งนายกฯคนใหม่เมียนมาและใช้สถานการณ์ฉุกเฉินจนถึงปี 2566
สัปดาห์นี้ สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน)จัดประชุมทางออนไลน์ร่วมกันเพื่อหารือในประเด็นต่างๆภายในกลุ่มชาติสมาชิก พร้อมทั้งหารือกับประเทศหุ้นส่วนอย่างสหรัฐและจีน ในวาระสำคัญหลายวาระ โดยหนึ่งในวาระที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือร่วมกันในครั้งนี้คือการผ่าทางตันวิกฤตทางการเมืองในเมียนมา
ล่าสุด พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บังคับบัญชาทหารสูงสุดและผู้นำรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรีเมียนมาคนใหม่ของเมียนมา หลังจากโค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของนางออง ซาน ซูจี ได้สำเร็จ
พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายใต้รัฐบาลชั่วคราวที่เพิ่งประกาศตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 ก.ค.พร้อมทั้งระบุว่ารัฐบาลชุดใหม่ของเมียนมาพร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้แทนพิเศษของอาเซียน
ในโอกาสนี้ ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาระบุด้วยว่า ได้เลือกนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยเป็นผู้แทนพิเศษอาเซียนเพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยในการเจรจาระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมาและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร แต่ดูเหมือนว่าชาติสมาชิกอาเซียนบางประเทศไม่เห็นด้วย จึงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 54 ในวันที่ 2 ส.ค.นี้
นอกจากนี้ ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ยังประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศไปจนถึงปี 2566
“เราจะบรรลุเป้าหมายของประกาศภาวะฉุกเฉินภายในเดือนส.ค. ปี2566” ผู้นำทหารเมียนมา กล่าว
หมายความว่า กองทัพเมียนมาจะปกครองประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปีครึ่ง แทนที่จะเป็น 1 ปีตามที่เคยประกาศไว้หลังก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
"ชาน เหลียน" ผู้อำนวยการองค์การฮอร์นบิลล์(Hornbill Organization) ซึ่งเป็นกลุ่มสังเกตการณ์เลือกตั้ง มีความเห็นว่า การเลือกตั้งในเมียนมาไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้เพราะที่ผ่านมา การเลือกตั้งมักเกิดขึ้น 3 ปีหลังเกิดเหตุรัฐประหารยึดอำนาจและการที่กองทัพเมียนมาบอกว่าจะจัดการเลือกตั้งภายในเวลา 2 ปี นับจากนี้ไปจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ จนกว่ามีการประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจนออกมา
ผอ.องค์การฮอร์นบิลล์ ยังให้ความเห็นว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า น่าจะมีพรรคการเมืองเข้าร่วมชิงชัยเพียงไม่กี่พรรค ถ้าหากว่ากองทัพเมียนเป็นผู้จัดการลงคะแนนเสียงดังกล่าว
ด้าน“ไซ นุนต์ ละวิน” รองประธานสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยฉาน( Shan National League for Democracy) (เอสเอ็นแอลดี) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านตัวแทนชนกลุ่มน้อย ตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่กองทัพเมียนมาตั้งใจจะทำโดยบอกว่า ไม่เชื่อคำพูดของพลเอก มิน อ่อง หล่าย พร้อมทั้งยืนยันจุดยืนของพรรคที่ปฏิเสธการยกเลิกผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งพรรคเอสเอ็นแอลดีชนะได้ที่นั่งในสภา 42 เสียง
ขณะที่“ขิ่น ซอว์ วิน” ผู้อำนวยการสถาบันแทมปาดิปา(Tampadipa Institute) กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในนครย่างกุ้ง ให้ความเห็นว่า ไม่เชื่อคำพูดของกองทัพที่ประกาศว่าจะจัดการเลือกตั้งในช่วง 2 ปีข้างหน้าทั้งยังไม่เชื่อว่าอาเซียน จะมีความสามารถที่จะเข้ามาดูแลปัญหาในเมียนมา แม้จะแต่งตั้งตัวแทนเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ได้ก็ตาม
ในส่วนของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองในเมียนมา เปิดเผยว่า ตลอดช่วง 6 เดือนนับตั้งแต่เกิดการประท้วงเพราะเหตุรัฐประหาร มีผู้เสียชีวิตจำนวน 939 คน และถูกจับกุมไปเกือบ 7,000 คน
ส่วนบรูไน ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมตรีอาเซียนปีนี้ ระบุว่า อาเซียนมีการประชุมประมาณ 20 วาระ และมีการแถลงข่าวเป็นระยะๆไปจนถึงวันเสาร์ (7ส.ค.)ซึ่งนอกจากหารือร่วมกันในประเด็นเมียนมาเป็นหลักแล้ว ที่ประชุมยังหารือกันในประเด็นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และประเด็นกรณีพิพาทอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้
ส่วนรัฐบาลสหรัฐและจีนคาดว่าจะเข้าร่วมในการประชุมวาระต่างๆด้วยเพื่อแสดงท่าทีสนับสนุนและพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆแก่ชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง10 ประเทศในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจโลกยังคงตึงเครียด และต่างฝ่ายต่างพยายามดึงชาติสมาชิกอาเซียนไว้เป็นพันธมิตรเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในโอกาสตอบข้อซักถามของที่ประชุมรัฐสภาพสิงคโปร์ "วิเวียน บาลากริชนัน“รัฐมนตรีต่างประเทศของสิงคโปร์ กล่าวว่า การผลักดัน”ฉันทามติ 5 ข้อ"เพื่อหาทางออกให้เมียนมารอดพ้นจากภาวะวิกฤตความรุนแรงซึ่งที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวาระพิเศษ เห็นชอบร่วมกันเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ดำเนินไปอย่างล่าช้ามาก
ฉันทามติ 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ต้องยุติความรุนแรงในเมียนมาโดยทันที และทุกฝ่ายจะต้องใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างเต็มที่
2.มีการเจรจาที่สร้างสรรค์ระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกอย่างสันติเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน 3.ทูตพิเศษของประธานอาเซียนจะอำนวยความสะดวกเป็นสื่อกลางของกระบวนการเจรจาโดยความช่วยเหลือของเลขาธิการอาเซียน
4.อาเซียนจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านทางศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมด้านการจัดการภัยพิบัติ (เอเอชเอ)และ5.ทูตและคณะผู้แทนพิเศษจะเดินทางไปเยือนเมียนมาเพื่อพบปะกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง





