‘ดาวโจนส์’ปิดบวก 174 จุด ขณะนักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กลางสัปดาห์
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันจันทร์ (15 มี.ค.)ปรับตัวขึ้น 174 จุด โดยดัชนีเอสแอนด์พี500 ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะนักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กลางสัปดาห์ ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับสูง หลังแพกเกจเยียวยาโควิด-19 ผ่านความเห็นชอบ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 174.82 จุด หรือ 0.53% ปิดที่ 32,953.46 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 25.60 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 3,968.94 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 139.84 จุด หรือ 1.50% ปิดที่ 13,459.71 จุด
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีททำการปรับเวลาซื้อ-ขายหุ้นในวันนี้ โดยปรับเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Daylight Saving Time
ทั้งนี้ ตลาดเปลี่ยนแปลงเวลาซื้อขาย จากเดิม 21:30-04:05 น. ตามเวลาไทย เป็น 20:30-03:05 น.ตามเวลาไทย
การปรับเวลาตาม Daylight Saving Time ในสหรัฐปีนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.-7 พ.ย. 2564
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงแรก ขานรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในวงกว้างในสหรัฐ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีชะลอตัวในวันนี้ หลังพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อวันศุกร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะ 1.642% เมื่อวันศุกร์ ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2563 หลังจากที่ปธน. ไบเดนได้ลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี มีการคาดการณ์กันว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวมากขึ้นจากการใช้จ่ายงบประมาณที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลสหรัฐ
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค.นี้ เพื่อดูท่าทีของเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อที่เป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ





