ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (11มี.ค.)ปรับตัวขึ้น 188 จุด ขานรับปัจจัยบวกที่ทะลักเข้าตลาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 188.57 จุด หรือ 0.58% ปิดที่ 32,485.59 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 40.53 จุด หรือ 1.04% ปิดที่ 3,939.34 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 329.84 จุด หรือ 2.52 % ปิดที่ 13,398.67 จุด
หุ้นกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีต่างพุ่งขึ้นในวันนี้
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดีดตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงนามในร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐวานนี้
ร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า “American Rescue Plan Act of 2021”ครอบคลุมถึงการจัดสรรงบประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวอเมริกันโดยตรงคนละ 1,400 ดอลลาร์, ให้เงินช่วยเหลือรัฐต่างๆ และรัฐบาลกลางในวงเงิน 3.50 แสนล้านดอลลาร์, จัดสรรเงินทุนเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และขยายเวลาของโครงการช่วยเหลือคนตกงานสัปดาห์ละ 300 ดอลลาร์ออกไปจนถึงเดือนก.ย.ปีนี้
การลงนามของปธน.ไบเดนทำให้ร่างกฎหมายนี้ถูกบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนวันที่ 14 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานในปัจจุบันจะหมดอายุลง
การซื้อขายในตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1.5% ในวันนี้ หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อวานนี้
ทั้งนี้ สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
นอกจากนี้ ดัชนีซีพีไอพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายเดือน และชะลอตัวลง เมื่อเทียบรายปี
ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งทะลุระดับ 1.6% แตะระดับสูงสุดในปีนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากอยู่ต่ำกว่า 1% ในช่วงต้นปีนี้
นักลงทุนยังขานรับตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งลดลงสู่ระดับ 712,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 725,000 ราย
นอกจากนี้ จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลง 193,000 ราย สู่ระดับ 4.1 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 16-17 มี.ค. เพื่อดูท่าทีของเฟดต่อแนวโน้มการดีดตัวขึ้นของเงินเฟ้อจากการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ





