ชาวเมียนมาหลายหมื่นคนยังประท้วงต่อเนื่องในหลายเมืองจากเหนือสุดใต้ ไม่หวั่นฝ่ายความมั่นคงยิงผู้ประท้วงเสียชีวิต 2 รายที่มัณฑะเลย์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทัพเมียนมาไม่สามารถสยบการประท้วงและขบวนการอารยะขัดขืน ต่อต้านการรัฐประหารและการจับกุมตัวอองซาน ซูจีและคนอื่นๆ ได้ วานนี้ (21 ก.พ.) การประท้วงยังมีอยู่ต่อเนื่อง ผู้ประท้วงในนครย่างกุ้งที่จำนวนมากเป็นคนหนุ่มสาวรวมตัวกันใน 2 จุด ที่มัณฑะเลย์ ประชาชนหลายพันคนรวมตัวกันอย่างสันติ ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่เพิ่งใช้กำลังกับผู้ชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ (20 ก.พ.)
ที่เมืองมิตจินาทางภาคเหนือ ที่ระยะหลังเกิดการเผชิญหน้ากันบ่อยครั้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประท้วง วานนี้ประชาชนพากันวางดอกไม้ไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต ส่วนวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์แห่ป้ายผ้าไปรอบๆ ที่เมืองโมนยวาและพุกามทางภาคกลาง เมืองทวายและมะริดทางภาคใต้ก็ประท้วงเช่นกัน
ทอม แอนดรูวส์ ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติว่าด้วยเมียนมา ทวีตข้อความกล่าวถึงบรรยากาศน่าสะพึงกลัวของเหตุรุนแรงในมัณฑะเลย์เมื่อวันเสาร์ ที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน หนึ่งในนั้นคือวัยรุ่นชาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 20 คน
“เจ้าหน้าที่ใช้ตั้งแต่รถฉีดน้ำ กระสุนยาง และแก๊ซน้ำตา ตอนนี้กองทัพที่เหี้ยมโหดกราดยิงไปยังผู้ประท้วงที่รวมตัวกันอย่างสงบ หยุดความเสียสตินี้ได้แล้ว” แอนดรูว์สระบุ
ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมาของทางการ รายงานว่า ผู้ประท้วงทำลายรถ ใช้ไม้ มีด และขว้างปาวัตถุเข้าใส่ตำรวจบาดเจ็บ 8 นาย ทหารบาดเจ็บอีกหลายนาย แต่ไม่ได้รายงานถึงผู้เสียชีวิต กล่าวเพียงว่า “ผู้ประท้วงรุนแรงจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากมาตรการรักษาความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ด้วย”
ส่วนผู้เสียชีวิตสังเวยการประท้วงต้านรัฐประหารเมียนมารายแรกคือ หญิงสาวที่ถูกยิงเข้าที่ศีรษะระหว่างการประท้วงในกรุงเนปิดอวร์ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. เสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ (19 ก.พ.) ขณะที่กองทัพแถลงว่า ตำรวจบาดเจ็บจนเสียชีวิต 1 นายจากการประท้วงจุดหนึ่ง
ด้านพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ประณามความรุนแรงที่มัณฑะเลย์ว่า เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ชาติตะวันตกพากันประณามเหตุรุนแรงในเมียนมา เนด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐกังวลเป็นอย่างยิ่ง ฝรั่งเศส สิงคโปร์ และอังกฤษก็ประณามเช่นกัน โดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า การยิงผู้ประท้วงเป็นการกระทำเกินกฎหมาย
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ทวีตข้อความ การใช้กำลังรุนแรงถึงแก่ชีวิตเป็นสิ่งที่มิอาจยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐ อังกฤษ แคนาดา และนิวซีแลนด์ประกาศคว่ำบาตรเหล่านายพลผู้ทำรัฐประหารไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่แยแสแรงกดดันจากต่างชาติ





